Category Archives: ARTICLES

สิทธิที่จะสร้างครอบครัวคือสิทธิมนุษยชน

sticker
หลักการยอกยาการ์ตา คือหลักการว่าด้วยการใช้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศในประเด็นวิถีทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศ เกิดจากการประชุมของนักกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน ที่เมืองยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปลายปี 2549 โดยเห็นตรงกันว่า มีหลักการสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นแนวทางปฎิบัติเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนมานานแล้ว โดยรัฐบาลหลายประเทศก็ร่วมลงนามและให้คำมั่นว่าจะปฎิบัติตามหลักการสิทธิมนุษยชนนั้น ซึ่งนั่นก็หมายถึงการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของคนที่มีความหลากหลายทางเพศด้วย

แต่ก็ยังพบว่าคนรักเพศเดียวกัน หรือคนข้ามเพศก็ยังถูกเลือกปฎิบัติและยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในระดับปฎิบัติในกฎหมายระดับประเทศว่า เมื่อคนถูกละเมิดจะคุ้มครองอย่างไร ดังนั้น ในเวทีนานาชาติครั้งนั้น จึงประชุมกันเพื่อพิจารณาว่าจะนำกฎหมายสิทธิมนุษยชนมาใช้อย่างไร โดยส่วนของประเทศไทย มีนักกฎหมาย คือ ศ.วิทิต มันตราภรณ์ ร่วมลงนามด้วย

หลักการใหญ่ๆ มี 29 ข้อดังนี้
และสิทธิในการสร้างครอบครัวก็คือสิทธิในข้อ 24

๑. สิทธิที่จะได้รับประโยชน์จากสิทธิมนุษยชนเท่าเทียมกับคนทั่วไป
๒. สิทธิที่จะเท่าเทียมผู้อื่น และไม่ถูกแบ่งแยก
๓. สิทธิที่จะได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลตามกฎหมาย
๔. สิทธิในการดำรงชีวิต
๕. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยของบุคคล
๖. สิทธิที่จะมีพื้นที่ส่วนตัว (สิทธิส่วนบุคคล)
๗. สิทธิที่จะมีอิสระจากการถูกริดรอนเสรีภาพโดยพลการ
๘. สิทธิที่จะได้รับพิจารณาคดีอย่างยุติธรรม
๙. สิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรมขณะถูกคุมขัง
๑๐. สิทธิที่จะถูกกันจากการทรมาน และการลงโทษหรือการปฏิบัติอย่างทารุณ ไร้มนุษยธรรม หรือหยามเกียรติ
๑๑. สิทธิที่จะได้รับการปกป้องจากการซื้อขายมนุษย์ทุกรูปแบบ
๑๒. สิทธิที่จะทำงาน
๑๓. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยในสังคม และมาตรการป้องกันทางสังคมอื่น ๆ
๑๔. สิทธิที่จะได้รับมาตรฐานการครองชีพอย่างเพียงพอ
๑๕. สิทธิในการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม
๑๖. สิทธิทางการศึกษา
๑๗. สิทธิที่จะได้รับการดูแลสุขภาพตามมาตรฐานสูงสุด
๑๘. การป้องกันจากการทารุณทางการแพทย์
๑๙. สิทธิในเสรีภาพแห่งความเห็นและการแสดงออก
๒๐. สิทธิในการชุมนุมหรือสมาคมโดยสงบ
๒๑. สิทธิในเสรีภาพแห่งความคิด มโนธรรม และศาสนา
๒๒. สิทธิในเสรีภาพแห่งการเคลื่อนย้าย (ไปไหนมาไหนได้อย่างเสรี)
๒๓. สิทธิที่จะขอลี้ภัย
๒๔. สิทธิที่จะสร้างครอบครัว
๒๕. สิทธิที่จะเข้าร่วมในกิจการสาธารณะ
๒๖. สิทธิในการร่วมใช้ชีวิตทางด้านวัฒนธรรม
๒๗. สิทธิที่จะสนับสนุนสิทธิมนุษยชน
๒๘. สิทธิที่จะได้รับการเยียวยาและชดใช้ค่าเสียหายอย่างเต็มที่
๒๙. รัฐต้องสามารถตรวจสอบการกระทำอันละเมิดสิทธิดังกล่าวข้างต้นได้

โหลดหลักการยอกยาฯ

http://www.sapaan.org/article/yokya_final.pdf

สรุปความคืบหน้าเกี่ยวกับร่างพรบ.คู่ชีวิต

Untitled-1

สรุปความคืบหน้าเกี่ยวกับร่างพรบ.คู่ชีวิต
เมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2558 แก้ไขเพิ่มเติม 2 มิถุนายน 2558

ปัจจุบันนี้ มีอยู่ 2 ร่างคือ

1.ฉบับของกรมคุ้มครองสิทธิฯ กระทรวงยุติธรรม
ซึ่งยังไม่มีการเสนอเข้าไปที่สนช. แต่อย่างใด ในปัจจุบันนี้ ขั้นตอนการเสนอเข้าไป จะต้องเป็นหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งกลายเป็นเจ้าภาพโดยปริยายของร่างฯ นี้ แทนกลุ่มสส. 20 คน ที่สิ้นสุดสถานะไปหลังรัฐประหาร 22 พค.57 ปัจจุบันยังไม่มีการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับร่างนี้

2.ฉบับของภาคประชาชน

ร่างภาคประชาชน อยู่ใน2 ขั้นตอน คือขณะนี้ทางคปก. หรือคณะกรรมการปฎิรูปกฎหมาย ให้นักกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาช่วยกันวิพากษ์วิจารณ์ ว่าถ้าหากนำไปใช้ มันจะสามารถบังคับใช้ได้จริงหรือเปล่า เช่น อาจารย์มาตาลักษณ์ ออรุ่งโรจน์ อาจารย์อัครวัฒน์ เลาวัณย์ศิริ ศ.ไพโรจน์ กัมพูสิริ คณะนิติศาสตร์ ธรรมศษสตร์ และ ศ.ประสพสุข บุญเดช ผู้เขียวชาญกฎหมายครอบครัว ได้มีการปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฯ เพียงเล็กน้อย แต่ยังคงเนื้อหาตามหลักเดิม จากร่างฯ ที่เราทำกันเสร็จไปแล้วเมื่อกลางปีที่ผ่านมาค่ะ

ในส่วนของมูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ ที่เป็นแกนนำในการยกร่างพรบ.นี้ ในตอนนี้ก็ได้เตรียมทำงานรณรงค์กับสาธารณชนต่อไป เพื่อสร้างความเข้าใจกับสังคม ว่าทำไมเราต้องมีร่างพรบ.นี้ มันสำคัญอย่างไรบ้างต่อสังคมไทย และต่อคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ด้วยการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่นเสวนา จัดกิจกรรม จัดดูหนัง ทำคลิป ทำสื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ

เพื่อให้คนที่เห็นด้วยและสนับสนุนร่างนี้ช่วยกันลงชื่อในแบบฟอร์มร่วมเสนอกม. ตามพรบ.เข้าชื่อเสนอกฎหมาย  ซึ่งต้องใช้บัตรประชาชนอะไรด้วย มันถึงจะสามารถเสนอกฎหมายได้ เพื่อเอาไว้รอยื่นกับสภา เมื่อมีการเลือกตั้งแล้ว ระหว่างนี้ก็รอค่ะ พร้อมๆ กับทำงานกับสาธารณะชนเพื่อสร้างความเข้าใจต่อไป

สรุปว่าทั้ง 2 ร่างกฎหมายนี้ ไม่มีการยื่นไปที่สนช.ใดๆ ทั้งสิ้นนะคะ กรณีที่มีการทำโพลล์ CHANGE ให้คนร่วมลงชื่ออะไรนั่นใช้ไม่ได้ค่ะ ลงเล่นๆ ได้ เพราะเสนอกม.จริงๆ ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชนด้วยค่ะ

ซึ่งจะเป็นการทำงานขั้นตอนต่อไปของมูลนิธิ

ปัญหาการผูกติดวิถีทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศเข้าด้วยกัน

bannerOK

 

ปัญหาหลักของการสร้างความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศคือการผูกติดวิถีทางเพศ Sexual Orientation
กับอัตลักษณ์ทางเพศ Gender Identity ไว้ด้วยกัน และการคิดแบบระบบสองขั้ว ขาว-ดำ ชาย-หญิงเป็นต้น
เมื่อใครสักคนไม่อยู่ในกรอบนี้ ก็จะกลายเป็นว่าคนคนนั้นผิดปกติซ้ำซ้อน อัปรีย์ จัญไร ฯลฯ ตามมา ยิ่งโดยเฉพาะในกลุ่มของคนหลากหลายทางเพศด้วยกันเอง ที่ยึดมั่นกับระบบสองเพศอย่างเหนียวแน่น เช่นเป็นกะเทยจะต้องชอบผู้ชายเท่านั้น หากใครไม่ชอบผู้ชาย หรือไม่สวย ไม่อรชร อ้อนแอ้น อ่อนหวาน ดู “เหมือน” ผู้หญิง ก็จะกลายเป็นพวก “ผิดเพศ” ยิ่งกว่าเดิม ทั้งที่ วิถีทางเพศ (Sexual Orientation) กับอัตลักษณ์ทางเพศ (Gender Identity)
ไม่จำเป็นต้องผูกติดเอาไว้ด้วยกัน

วิถีทางเพศ Sexual Orientation (หรือ SO) คืออะไร ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือรสนิยมทางเพศ หรือความชอบทางเพศของคนคนนั้น ว่าเขาชอบเพศไหน ส่วนอัตลักษณ์ทางเพศ Gender Identity (หรือ GI) ก็คือการรับรู้ตัวตนของคนคนนั้นว่าเขาเป็นใคร/อะไร/อย่างไร/เพศอะไร เช่นบางคนที่รู้ว่า GI ของตัวเองคือกะเทย หรือทรานส์เจนเดอร์ แต่ SO ของเขาไม่จำเป็นจะต้องชอบเพศตรงข้ามก็ได้ และมันก็ไม่เคยจำเป็นจะต้องผูกติดอยู่ด้วยกัน เพราะไม่เช่นนั้น มันก็จะกลายเป็นการอยู่ในกรอบของระบบสองเพศ ที่ชายต้องรักหญิง หรือหญิงต้องรักชายนั่นเอง

วิถีทางเพศ (Sexual Orientation) กับอัตลักษณ์ทางเพศ (Gender Identity) หรือ SOGI เป็นสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการรับรอง
อีกประเด็นหนึ่งขององค์การสหประชาชาติที่ห้ามไม่ให้ใช้เลือกปฎิบัติต่อบุคคล

พ่อแม่เพศไหนก็ไม่ต่างกัน: ผลสรุปจากงานวิจัยของนักกุมารเวชศาสตร์อเมริกัน

10418881_10154345972290093_4711320897399883582_n

พ่อแม่เพศไหนก็ไม่ต่างกัน: ผลสรุปจากงานวิจัยของนักกุมารเวชศาสตร์อเมริกัน

มื่อศาลสูงได้ยกประเด็นการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันขึ้นมาพิจารณาเมื่อเดือนที่แล้ว ผู้พิพากษา Antonin Scalia ได้นำเสนอข้อถกเถียงของบรรดาผู้เชี่ยวชาญที่อ้างว่าการมีผู้ปกครองเพศเดียวกัน (same-sex parents) เป็นผลร้ายต่อเด็กๆ

Scalia กล่าวว่า “นักสังคมวิทยาไม่ยอมรับเรื่องนี้เพราะมันจะส่งผลต่อเด็กๆที่อยู่ในครอบครัวพ่อแม่เพศเดียวกัน (single-sex family) ไม่ว่ามันจะเป็นการคุกคามเด็กๆเหล่านั้นหรือไม่ก็ตาม”

Benjamin Siegel ชี้ว่าข้อโต้แย้งของ Scalia ในข้างต้นนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ

Siegel เป็นศาสตราจารย์ด้านกุมารเวชศาสตร์ เป็นผู้ร่วมทำงานวิจัยซึ่งได้ตีพิมพ์ในวารสารด้านกุมารเวชศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา ก่อนหน้าการพิจารณาของศาลสูงราวหนึ่งสัปดาห์ เขาแย้งว่างานวิจัยในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมาได้ชี้ว่าเด็กที่ถูกเลี้ยงดูโดยพ่อแม่เกย์นั้นมีพัฒนาการด้านต่างๆเป็นปกติ

“มีงานศึกษาจำนวนมากที่บ่งชี้ว่าสุขภาวะของเด็กๆเป็นผลจากความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับพ่อแม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติของความเป็นพ่อแม่ ความมั่นคงปลอดภัย รวมถึงบทบาททางสังคมและการเลี้ยงดูของครอบครัว มากกว่าเงื่อนไขจากเพศสถานะหรือเพศวิถีของพ่อแม่” Siegel เขียนรายงานการวิจัยชิ้นนี้ร่วมกับ Ellen Perrin ศาสตราจารย์ด้านกุมารเวชศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Tufts

พัฒนาการความก้าวหน้าที่สำคัญในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ที่ส่งเสริมและป้องกันสิทธิของ LGBTIQs ในประเทศไทย

thai lgbt

1. กรมสุขภาพจิต ทำหนังสือรับรองอย่างเป็นทางการว่าการรักเพศเดียวกันไม่ถือเป็นความผิดปกติ เมื่อ 29 มกราคม 2545

2.เจตนารมย์รธน.50 มาตรา 30 ที่ระบุว่า “ห้ามมิให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องเพศ อันหมายรวมถึงบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศ (Sexual Identity) หรือเพศสภาพ (Gender) หรือความหลากหลายทางเพศ (Sexual Diversity) แตกต่างจากเพศที่ผู้นั้นถือกำเนิด”

3.การแก้ไขกฎกระทรวงกลาโหม เกี่ยวกับการเกณฑ์ทหารสำหรับกะเทย/สาวประเภทสอง จากการเป็น “โรคจิต” มาเป็น “ภาวะเพศสภาพ ไม่ตรงกับเพศกำเนิด” (gender identity disorder)

เลสเบี้ยนและวรรณกรรมของพวกเธอ

virginiavita

เมื่อปี 1925 เวอร์จิเนีย วูล์ฟ นักเขียนหญิงชาวอังกฤษเคยพรรณาถึงความรักที่มีต่อเพื่อนสาวของเธอ วิตา แซควิลล์ เวสต์ ไว้ในไดอารีของเธอ ซึ่งต่อมาได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่

นั่นหมายถึงว่าในปี 1925 วูล์ฟยอมรับว่าตัวเองเป็น “เลสเบี้ยน” ด้วยความรู้สึกชื่นชมในความเป็นอิสระและ ทรงอำนาจ ของตนเอง หลังจากนั้นอีก 3 ปี เธอก็เขียนนวนิยายเรื่อง Orlando ซึ่งเป็นเรื่องราวของชายที่จู่ ๆ ก็กลายเป็นหญิง และเธออุทิศหนังสือเล่มนี้เป็นของขวัญแห่งรักแด่วิตา

เรื่องอย่างนี้ไม่เคยปรากฎขึ้นก่อนศตวรรษที่ 20 ก่อนหน้านี้ ประวัติศาสตร์ของเลสเบี้ยนเงียบกริบ ไม่มีการพูดถึง ไม่มีการแสดงความพึงพอใจ และไม่มีการเขียนถึง ราวกับไม่มีเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ทำให้ประวัติศาสตร์ ของวรรณกรรมเลสเบี้ยนพลอยเงียบเหงาไปด้วย

อันที่จริงเรื่องราวของผู้หญิงรักผู้หญิงมีมานานแล้ว แต่ประสบการณ์ของสตรีเหล่านั้นล้วน ถูกปิดบังซ่อนเร้น อยู่เสมอมา แม้ว่าบางครั้ง เราอาจได้ยินเรื่องราวของมิตรภาพแสนหวานระหว่างหญิงกับหญิง หรือเรื่องของผู้หญิง ที่แต่งกาย และทำงานได้ราวกับชาย แต่กลับไม่เคยปรากฎเรื่องของเลสเบี้ยน

play

หลอกกันเล่นหรือเปล่า

เกือบไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อเหลือบไปเห็นข่าวเล็กๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์เรื่อง รณรงค์ปราบ ?ตุ๊ด? ของกระทรวงวัฒนธรรม

ตามเนื้อข่าวบอกว่า ตอนนี้กระทรวงวัฒนธรรมกำลังภูมิอกภูมิใจกับโครงการรณรงค์ปราบปรามสื่อลามกอนาจาร หลังจากโครงการนี้สำเร็จกระทรวงจึงนึกขึ้นมาได้ว่า มีอีกเรื่องที่ต้องจัดการนั่นคือ ?ปัญหา?เรื่องรักร่วมเพศ

อ่านข่าวนี้แล้วอยากจะบ้าตาย อันที่จริงฉันก็เห็นใจคนที่ต้องมาทำงานอยู่กระทรวงนี้เหมือนกัน เพราะมันเป็นกระทรวงที่ตั้งขึ้นมาทำไมก็ยังไม่มีใครรู้ เพราะวัฒนธรรมนั้นไม่ใช่สิ่งที่หยุดนิ่งตายตัว ไม่เหมือนโบราณสถานโบราณวัตถุหรือการเต้นระบำรำฟ้อนอย่างที่กรมศิลป์ หรือ นาฏศิลป์เขารับผิดชอบ วัฒนธรรมนั้นคือ ชีวิต เคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและเป็นสิ่งที่แทบจะจับต้องไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

don't hate gay

วัฒนธรรมเกลียดตุ๊ด เกย์ ทอม ดี้ ฯลฯ

คุณผู้อ่านสงสัยบ้างไหมว่า ‘การทำงานด้านวัฒนธรรม’ นี่คืออะไรกันแน่ เพราะดูเหมือน ‘สาร’ ที่สื่อมาจาก ข้าราชการระดับต่างๆ ในกระทรวงวัฒนธรรม ดูจะเป็นเรื่องของการพยายามจะทำให้คนไทยคิด เชื่อ ชอบ และประพฤติตามเกณฑ์ความถูกต้องแบบเดียว เพื่อรักษาความเป็นไทยตามนิยามของรัฐหรือเคร่งครัด กับมาตรฐานความถูกต้องดีงามชุดเดียวกัน

อย่างข่าวที่ว่าท่านรองปลัดกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวถึงปัญหาความเบี่ยงเบนทางเพศว่า

“กระทรวงจะรณรงค์อย่างจริงจังเกี่ยวกับพฤติกรรมรักร่วมเพศ แม้ว่าจะไม่สามารถไปไล่จับให้เข้าคุก หรือมีบท ลงโทษทางกฎหมาย เหมือน กับสื่อลามกอนาจาร แต่จะเรียกร้องให้ประชาสังคมช่วยกัน ต่อต้านไม่ให้พฤติกรรม รักร่วมเพศแพร่ระบาด ไปมากกว่านี้ รวมทั้งในสื่อต่างๆ ไม่ควรที่จะให้มี การนำแสดงรักร่วมเพศ ออกอากาศโดยกระทรวงวัฒนธรรมจะทำหนังสือไปถึงสถานีโทรทัศน์ทุกช่องเพื่อขอความร่วมมือ”

A Code Pink protester holds a sign during the Senate Arms Services Committee hearing on the Pentagon's report's findings on the policy on Capitol Hill in Washington

สตีเฟน ฟังค์ นายทหารเกย์ผู้ปฏิเสธสงคราม

สตีเฟน ฟังค์ พ้นโทษแล้ววันนี้

เมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ ณ เมืองซานฟรายซิสโก องค์กรต่อต้านสงคราม A.N.S.W.E.R. (Act Now to Stop War & End Racism)มอบรางวัลนักกิจกรรมรุ่นเยาว์แห่งขบวนการต่อต้านสงครามให้เขา และต้อนรับการ กลับบ้านของเขาอย่างอบอุ่น

สตีเฟน ฟังค์ เป็นใครและมีความสำคัญอย่างไรหรือ

เขาเป็นเด็กหนุ่มอายุเพียง ๒๑ ปีและเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายฟิลิปปินส์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว เขามียศสิบตรีในหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐ

เมื่อสหรัฐประกาศสงครามกับอิรัก หน่วยนาวิกโยธินของเขาถูกสั่งให้เข้าปฏิบัติหน้าที่ในอิรัก แต่สตีเฟน ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมรบ เขากลับมาเข้าร่วมกับขบวนการต่อต้านสงคราม เขาขึ้นพูดบนเวทีต่อต้าน สงคราม ในฐานะทหารที่ไม่เห็นด้วยกับสงครามและจะไม่ยอมกระทำตามคำสั่งของกองทัพ

เขายังประกาศอย่างเต็มตัวอีกว่า เขาเป็นเกย์

จากเลขาธิการสหประชาชาติ บัน คี-มูน

สารถึงที่ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ว่าด้วยความรุนแรงและการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศวิถีหรืออัตลักษณ์ทางเพศ จากเลขาธิการสหประชาชาติ บัน คี-มูน

ณ นครเจนีวา (สวิตเซอร์แลนด์) วันที่ 7 มีนาคม 2555

มาดาม ลาแซรี ประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน สมาชิกผู้ทรงเกียรติของคณะมนตรี คุณพิเลย์ สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ ฯพณฯ ผู้มีเกียรติทุกท่าน ผมมีความยินดีในการกล่าวถึงวาระการประชุมแห่งประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน

บางคนกล่าวว่าเรื่องวิถีทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศเป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนมาก ผมเข้าใจดี เพราะผมก็เหมือนคนอื่น ๆ ในรุ่นเดียวกันกับผม ที่ไม่คุ้นเคยกับการพูดถึงเรื่องเหล่านี้ แต่เนื่องจากหลายชีวิตต้องเผชิญกับอันตราย ผมจึงต้องพูดเรื่องนี้ และเพราะมันเป็นหน้าที่ของพวกเรา ที่จะยึดหลักการแห่งกฎบัตรสหประชาชาติ และปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ในการปกป้องสิทธิของทุกคน ในทุก ๆ ที่รายงานของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ได้บันทึกการละเมิดต่าง ๆ ที่น่าเป็นห่วงที่เกิดขึ้นในทุกภูมิภาค เราเห็นรูปแบบของความรุนแรงและการเลือกปฏิบัติต่อมนุษย์ด้วยกัน เพียงเพราะเขาเป็นเกย์ เลสเบี้ยน ไบเซ็กชวล หรือทรานส์เจนเดอร์ ยังมีอคติในวงกว้างทั้งในที่ทำงาน โรงเรียน และแม้แต่โรงพยาบาล ทั้งมีการทำร้ายกันอย่างรุนแรง ซึ่งน่าตกใจ รวมถึงยังมีการประทุษร้ายทางเพศด้วย ผู้คนต้องถูกจับขัง ทรมาน แม้แต่ถูกฆ่า เหล่านี้เป็นโศกนาฏกรรมที่ลืมไม่ลงสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ และสร้างรอยด่างพร้อยในจิตสำนึกของความเป็นมนุษย์ของเรา และที่สำคัญ มันเป็นการละเมิดกฏหมายระหว่างประเทศ ท่าน ในฐานะสมาชิกของคณะมนตรีด้านสิทธิมนุษยชน ต้องดำเนินการเพื่อยุติการละเมิดนี้

love

รักเพศเดียวกันไม่ติดคุก แต่ยังต้องถูกคุมขังจากความไม่รู้ของสังคม

มักมีคำกล่าวอยู่เสมอว่าสังคมไทยใจดี’ไม่เคยรังเกียจคนรักเพศเดียวกัน’ ตราบใดที่ “คนพวกนี้” ไม่ทำอะไรที่ เกินหน้า เกินตา เกินงาม หรือพูดง่ายๆ “อย่าล้ำเส้น”

คำกล่าวนี้สะท้อนนัยยะสำคัญสองประการต่อ ประเด็นคนรักเพศเดียวกันของสังคมไทย

่รักเพศเดียวกันไม่ติดคุก แต่ยังต้องถูกคุมขังจากความไม่รู้ของสังคม

หนึ่ง เรารู้เราเห็นว่าคนรักเพศเดียวกันมีตัวตนและดำรงอยู่ในสังคมนี้จริง แต่เราก็เชื่อว่า “คนพวกนี้” ไม่ใช่ของแท้ เพราะหากมองตามเพศสรีระ มนุษย์ก็มีเพียงสองเพศคือชายกับหญิง และเมื่อมาผนวกเข้ากับความคิดที่ว่า มนุษย์มีหน้าที่ต้องสืบพันธุ์ บางครั้งก็ทำให้เรามองเห็นเพียงว่าชายและหญิงต้องเกิดมาคู่กันเพื่อผลิตทายาทให้สังคม

home

บ้านข้างล่าง

บทความ โดย หลิน

เสียงร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ดังขึ้นมาจากสวนข้างล่าง ทำให้ฉันนึกขึ้นมาได้ว่า วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบขวบ ปีแรกของหนูน้อยซิลวี่ ลูกสาวคนเล็กของ “บ้านข้างล่าง”

ตายายและญาติพี่น้องของหนูน้อยมากันพร้อมหน้า ฉันไม่รู้ว่าซิลวี่จะรู้หรือยังว่า “วันเกิด” แปลว่าอะไร แต่เธอคงมี ความสุขตามประสาเด็ก ๆ กับของกินอร่อย ๆ และเพื่อนเล่นมากมาย

บ้านของเราหลังนี้เป็นบ้าน 2 ชั้น อายุเก่าแก่มากกว่า 100 ปี ฉันเช่าห้องอยู่ชั้นบน ชั้นนี้ เราอยู่ด้วยกัน 3 คน มีฉัน เจ้าของบ้านชื่อ ร็อค และคนเช่าบ้านอีกคนหนึ่ง ชื่อ สเตซี่ เราเป็นหญิงรักหญิงด้วยกันทั้งหมด

ส่วนบ้านข้างล่างนั้น เป็นของจูลี่และเจนนี่ คู่รักหญิงรักหญิง ทั้งสองมีลูกสาวด้วยกัน 2 คน คนโตชื่อ เฮเซล อายุ 4 ขวบ ส่วนคนเล็กก็คือ ซิลวี่ ผู้เป็นเจ้าของงานวันเกิดวันนี้

บ้านของเราจะเป็นบ้านหญิงรักหญิงทั้งหลังรึเปล่ายังไม่รู้แน่ เพราะต้องรอดูเฮเซล กับซิลวี่ตอนโตเสียก่อน

ร็อคกับจูลี่ มารู้จักกันเพราะต้องการจะซื้อบ้าน เขาซื้อบ้านหลังนี้ร่วมกันมาได้ 14 ปีแล้ว ฉันเองเพิ่งจะมาเช่าได้ 8 เดือน พอที่จะได้เห็นการเติบโตของซิลวี่ ซึ่งแก้มป่องน่ารักขึ้นทุกวัน ๆ

The+shadow+of+a+gay+rights+activist+is+seen+behind+a+flag

คำประกาศสิทธิทางเพศ : ปฏิญญาสากลวาเลนเซียว่าด้วยเรื่องสิทธิทางเพศ

สิทธิทางเพศ เป็นสิทธิมนุษยชนชั้นมูลฐานที่ได้รับการประกาศไว้ในปี ค.ศ. 1994 ที่กรุงวาเลนเซีย ประเทศสเปน การประชุมระดับโลกเรื่องเพศวิทยา ครั้งที่ 8 เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องในสิทธิของบุคคลทุกเพศตามที่ถูกที่ควร

เพศเป็นมิติหนึ่งของมนุษย์ และเป็นมิติที่มีการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

เพศเกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างภายในของสังคมเองและของแต่ละบุคคลในเวลาเดียวกันปรากฏให้เห็นทางวงจร ชีวิตของบุคคลที่ประสานความเป็นตัวของตัวเอง และสร้างหรือเสริมความผูกพันซึ่งกันและกันให้แน่นเป็นยิ่งขึ้น

ความสุขในเพศซึ่งรวมถึงความสุขที่เกิดจากการกระทำแก่ตนเองเป็นที่มาแห่งความผ่องแผ้วทางร่างกายและจิตใจ รวมทั้งทางสติปัญญาและอารมณ์ความสุขที่ว่านี้ย่อมได้มาจากประสบการณ์ทางเพศที่ปราศจากปัญหาขัดแย้งและความวิตก กังวล จึงเป็นที่มาของพัฒนาการของสังคมและบุคคลด้วย

บันทึกการแต่งงานครั้งประวัติศาสตร์ 2004

gay marrige history

ศุกร์ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗

“ผมแต่งงานแล้วนะ” รัสตี้เดินเข้ามาประกาศในครัวของโบสถ์ชาวสายรุ้ง ที่ฉันและเขามาช่วยกันทำอาหารแจกฟรีให้คนยากจนและคนไร้ที่อยู่อาศัย เมื่อได้ฟังครั้งแรกฉันนึกว่าเขาพูดล้อเล่น ก็เกย์ที่ไหนจะมีสิทธิแต่งงานในประเทศนี้ได้ล่ะ กฎหมายของสหรัฐปิดช่องไว้แต่โดยสิ้นเชิง ยิ่งมีจอร์จ บุชเป็นประธานาธิบดีด้วยแล้วคงเป็นไปไม่ได้แน่นอน แต่คำสนทนาของชาวเกย์อื่น ๆ ในครัวเรื่อง การแต่งงาน ทำให้ฉันรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ไม่ธรรมดาเกิดขึ้นในเมืองซานฟรานซิสโก

บิล หนุ่มน้อยหน้าหวานเห็นฉันทำหน้างงงวยเลยเดินเข้ามาอธิบายให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น บิลเล่าว่าผู้ว่าการเมือง ซานฟรานซิสโก เกวิน นิวซัม ที่เพิ่งได้รับเลือกเข้ามาใหม่ ประกาศว่าตั้งแต่วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ เมืองจะเริ่มทำการแต่งงานให้คู่รักเพศเดียวกัน ทั้ง ๆ ที่ผิดกฎหมายแต่งงานของรัฐแคลิฟอร์เนียที่อนุญาตให้เฉพาะผู้ชาย และผู้หญิงแต่งงานกันได้เท่านั้น

lesly

เลสลี่จาง : โศกนาฏกรรมสีม่วง

บทความ โดย อนุรักษ์ ภาคภูมิ

ในขณะที่สถานการณ์ความปั่นป่วนของสงครามระหว่างสหรัฐกับอิรักกำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะข่าวที่สร้างความ สลดหดหู่และช็อคผู้คนในเวลาเดียวกันก็คือซูเปอร์สตาร์คนดังของฮ่องกง ‘เลสลี่จาง’ ปลิดชีพตัวเองด้วยการ กระโดด ตึกจากชั้นที่ 24 ของโรงแรมหรูกลางกรุงและเสียชีวิตต่อมาในค่ำวันที่ 1 เมษายน

ระยะแรกของการเสนอข่าวมีการพยายามไม่เจาะจงอย่างแน่ชัดว่าผู้ตายเป็นใคร เพราะอาจเป็นเรื่อง ‘ผิดฝาผิดตัว’ ไปได้ โดยทราบจากหลักฐานว่าผู้ตายแซ่ ‘จาง’ อีกทั้งวันเกิดเหตุก็ตรงกับวัน April’s fool Day หลายคนจึงไม่ปักใจ เชื่อว่าข่าวเลสลี่จางฆ่าตัวตายเป็นเรื่องจริง เพราะอาจเป็นเรื่องโกหกที่อำกันเล่น แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม น.ส.พ.ไทย หลาย ฉบับต่างเสนอข่าวว่าผู้ตายเป็นเลสลี่จาง โดยแจ้งสาเหตุของการฆ่าตัวตายว่า เนื่องมาจากการถูกกดดัน ที่เป็น เกย์

sexshop2

Toy story : กับความสัมพันธ์ของนก แตงกวา ปลากระเบน

บทความ โดย การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์

เดวิด หว่อง เจ้าพ่อเซ็กซ์ช็อป เจ้าของร้านขายอุปกรณ์รายใหญ่ในสิงคโปร์ และมีสาขากว่า 15 แห่งทั่วโลก เคยให้สัมภาษณ์กับผู้จัดการออนไลน์ ไว้ว่า

“เมืองไทยดังเรื่องเซ็กซ์มาก แต่เรื่องเซ็กส์กลับเป็นสิ่งที่คนไม่ค่อยชอบพูดกัน ในเมืองไทยก็ไม่ค่อยมีเซ็กซ์ช็อป เห็นชัดๆ แบบผม”

เดวิดมีรายได้จากธุรกิจเซ็กซ์ช็อปปีละมหาศาล ทุกวันนี้เขามีหลักทรัพย์มูลค่ากว่า 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และเล่าว่า
ครั้งหนึ่งเคยมีทีมถ่ายทำภาพยนตร์ขอใช้ร้านเขาเป็นฉาก 2 ชั่วโมง เดวิดไม่อนุญาต ทีมงานจึงต่อรองว่าจะจ่ายเงิน ให้ 500 เหรียญ (ประมาณ 12,500 บาท) เดวิดตกลงในที่สุด แต่ก็โดยบอกว่า

“จริงๆ แล้วไม่ค่อยคุ้มหรอก เพราะบางที 2 ชั่วโมงผมทำได้มากกว่า 500 เหรียญด้วยซ้ำ” นึกดู ธุรกิจของเขา รุ่งเรืองขนาดไหน

เดวิดบอกว่า “เรื่องเพศเป็นความต้องการของมนุษย์ ดังนั้นไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ยอดขายสินค้าในร้านผม ไม่เคยตกเลย”

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ไปเซ็กส์ช็อปกันดีกว่า

เพื่อนเจ้ากรรมรู้ว่าเรากำลังจะกลับมาเยี่ยมบ้านที่เมืองไทยช่วงปิดเทอมพากันฝากซื้อของที่หาซื้อไม่ได้ใน เมืองไทย สารพัดสารเพจนเราเองไม่รู้ว่าเขาไปรู้มาจากไหนกันนะว่ามีสินค้าเช่นนี้ปรากฏอยู่ในโลก

ของที่ว่านี้อย่างนึงก็คือ dental dam หรือเรียกง่าย ๆ ก็คือ แผ่นยางอนามัย สำหรับคนที่ไม่รู้จักคง ทำหน้างง ๆ กับชื่อแปลก ๆ ของมัน หน้าที่ของเจ้าแผ่นยางนี้ก็คล้าย ๆ ถุงยางอนามัย แต่แผ่นยางนี้มี ไว้ใช้ป้องกันการติดเชื้อ เวลาทำออรัลเซ็กซ์โดยเฉพาะ อาจจะเป็นระหว่างหญิงกับหญิง หรือเวลาที่ผู้ชายทำให้ผู้หญิง

เพื่อนเจ้ากรรมคนนี้ไม่ได้สั่งซื้อแค่อันสองอัน แต่จะเอาทีเดียวถึงสี่สิบอัน ! แล้วจะไปหาที่ไหนล่ะเนี่ย ถ้าไม่ใช่ที่ เซ็กซ์ชอป !

fan

แฟนฉัน : การเล่นหนังยางแบบเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย

บทความ โดย ฉันทลักษณ์ รักษาอยู่

เพิ่งได้มีโอกาสดูภาพยนตร์สุดฮิตอย่างแฟนฉันไปเมื่อไม่กี่วันนี้เอง แล้วก็พบว่าฉากที่มีมากที่สุดในหนัง เรื่อง แฟนฉันก็คือฉากการละเล่นของเด็ก ๆ

ตั้งแต่เล่นตุ๊กตากระดาษ เล่นละคร ‘น้ำเน่า’ ในกลุ่มเด็กผู้หญิง เล่นต่อสู้แบบหนังจีนกำลังภายใน (ซึ่งไม่เน่า) เล่นฟุตบอล ของกลุ่มเด็กผู้ชาย แต่ที่น่าสนใจมากที่สุดคือฉากการเล่นหนังยาง (หรือ ‘ยางวง’ คำเรียกหนังยาง ของเด็กต่างจังหวัด) ของเด็ก ๆ ในเรื่อง

และจากการสังเกตของผู้เขียนพบว่าการเล่นหนังยางชนิดเดียวกันนี้ จะมีวิธีการเล่นที่แตกต่างกันในกลุ่ม ของเด็กผู้หญิง และกลุ่มเด็กผู้ชาย

กลุ่มเด็กผู้หญิง ซึ่งมีน้อยหน่าเป็นผู้นำกลุ่ม เล่นหนังยางด้วยวิธีการกระโดดข้ามผ่านหนังยาง หรือที่เด็ก ๆ เรียกกันว่าเล่นโดดยาง และน้อยหน่าก็สามารถกระโดดก้าวข้ามทุกระดับความสูงของหนังยาง จนเจี๊ยบเรียกเธอว่า ‘เป็นเจ้าแม่หนังยาง’ ส่วนการเล่นหนังยางของกลุ่มเด็กผู้ชายคือการเล่นเป่ายาง ให้วงของหนังยางประกบกัน ใครชนะก็จะได้กินหนังยางของอีกฝ่ายไป

ในเรื่องนี้เราจะไม่ได้เห็นกลุ่มเด็กผู้ชายเล่นกระโดดหนังยางกันเลย และเช่นเดียวกับที่ไม่มีเด็กหญิง ในกลุ่ม น้อยหน่าได้เล่นเป่าหนังยางเช่นกัน

วิพากษ์บทความ “เทรนด์ใหม่ 2012 หญิง+หญิง ฉิ่งครองเมือง” ไทยรัฐออนไลน์ หรือศรี (ควร) ทนได้?

movie

เมื่อได้อ่านบทความ “เทรนด์ใหม่ 2012 หญิง+หญิง ฉิ่งครองเมือง” (ซึ่งต่อไปจะเรียกสั้นๆว่า “ฉิ่งครองเมือง”) ของไทยรัฐออนไลน์ ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นคือเหนื่อยใจค่ะ แต่เมื่อตั้งสติและได้อ่านความคิดเห็นของหลายๆคนที่มีต่อบทความดังกล่าวในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความคิดของชาว “ฉิ่ง” ที่เขาว่าตอนนี้ “ครองเมือง” และ “ชุกชุม” อย่างยิ่ง

ในแฟนเพจของโครงการจัดตั้งมูลนิธิอัญจารี และของนักกิจกรรมเรื่องความหลากหลายทางเพศที่ทำงานขับเคลื่อนสังคมมาโดยตลอด ดูท่าว่าเรื่องนี้จะซับซ้อนและควรตีแผ่มากกว่าแค่เหนื่อยใจแล้วจบกันไป ดิฉันจึงขอท้วงติงเนื้อหาและการทำงานในฐานะสื่อมวลชนของไทยรัฐออนไลน์ที่ได้ประกาศอย่างห้าวหาญว่าบทความ “ฉิ่งครองเมือง” เป็น “คำตอบ” ของ “ปรากฏการณ์ทอมดี้ครองเมือง”

“ฉิ่งครองเมือง” นำเสนอคำตอบอะไร?

homophobia

ถึงเวลากำจัดความเกลียดชังต่อคนรักเพศเดียวกันและคนข้ามเพศ

ในขณะที่ชาวอเมริกันที่เป็นหญิงรักหญิงชายรักชาย รักสองเพศ และคนข้ามเพศ รู้สึกตื่นเต้นยินดีกับคำประกาศของประธานาธิบดีบารัค โอบาม่าที่สนับสนุนการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันเมื่อสัปดาห์ก่อน ชุมชนความหลากหลายทางเพศในประเทศไทยได้แต่เฝ้ามองด้วยความอิจฉา เพราะเราอาจต้องรออีกหลายทศวรรษกว่าจะมีผู้นำที่มีความกล้าหาญทางจริยธรรมเช่นโอบาม่า

สถานการณ์จริงในปัจจุบันของประเทศไทยนั้นตรงกันข้ามการเมืองไทยเต็มไปด้วยความรังเกียจต่อคนรักเพศเดียวกันและคนข้ามเพศ เมื่อรมต.มหาดไทย ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์มีแนวคิดเรื่องการรับรองการแต่งงานคนรักเพศเดียวกันอย่างถูกกฎหมายเมื่อหลายปีก่อน แนวคิดนั้นก็ถูกปัดตกไปอย่างรวดเร็วโดยนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นคือ พตท.ทักษิณ ชินวัตร ว่าเป็นแนวคิดแบบตะวันตก

เมื่อสองสัปดาห์ก่อน จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เรียก นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.ประชาธิปัติย์ ว่า “แต๋วแตก” คำตอบกลับของนายบุญยอดคือ “ไม่ได้เป็นอย่างที่กล่าวอ้าง ในพรรคเพื่อไทยมีคนที่แต๋วแตกมากกว่าอีก”