Category Archives: ARTICLES

gaylove

รักเพศเดียวกัน–เป็นเรื่องธรรมชาติ

หลาย ๆ ครั้งเราเคยได้ยินคนที่แอนตี้คนรักเพศเดียวกันให้เหตุผลว่า “ก็มันเป็นเรื่องผิดธรรมชาตินี่นา” พอคุณท่านเหล่านั้นอ้างธรรมชาติขึ้นมาปุ๊บ เราก็ถึงกับอึ้งไปเหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่จำได้แม่นว่าเคยเห็น สุนัขตัวเมีย ที่บ้านสองตัวมีอะไรกัน หากแต่ว่ามันเป็นสุนัขที่ทำหมันแล้ว ก็เลยไม่กล้าเอากรณีนี้ไปเถียงเขา กลัวเขาจะเถียงกลับ ว่าทำหมันมันก็ผิดธรรมชาติไปแล้ว และคิดอีกทีแม้จะเป็นคนรักสุนัข แต่ก็ไม่อยากเอาชีวิตรักของเราไปเปรียบ กับมันเหล่านั้น เลยมักพูดแต่ว่า “สำหรับฉันน่ะ จะให้รักผู้ชายคงต้องฝืนใจตัวเองอย่างใหญ่หลวง ไม่เป็นธรรมชาติ เอาเสียเลย”

ยังไงก็แล้วแต่เรื่องธรรมชาตินี่ก็ยังคงค้างคาอยู่ในใจ เอ๊ะ แล้วนี่ฉันเป็นคนผิดธรรมชาติจริงอย่างที่เขาว่าหรือนี่และแล้ววันหนึ่งก็มีเพื่อนเอารายงานการวิจัยทางชีววิทยามาให้ดู อันนี้แหละที่อยากเอามาเล่าให้ฟัง เผื่อคนที่ต้องถกเถียง เพื่อปกป้องชีวิตรักของตัวเอง จะได้มีข้อมูลที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาสนับสนุนเชียวนะ

งานวิจัยนี้ทำโดยโจน รัฟการ์เดน อาจารย์สาวทรานสเจนเดอร์ที่สอนชีววิทยา อยู่ที่มหาลัยสแตนฟอร์ด ในแคลิฟอร์เนีย ตัวเธอเองเล่าว่าก่อนที่จะเปิดเผยกับที่คณะว่าเป็นทรานสเจนเดอร์ ก็หวาด ๆ อยู่เหมือนกันว่าจะถูกไล่ออกหรือเปล่า พอเอาท์ออกมาแล้วก็โชคดีหน่อยไม่ถูกไล่ออก แต่ถูกปลดออกจากงานด้านการบริหารเสียเรียบ เธอก็เลยเปลี่ยนวิกฤต เป็นโอกาส เอาเวลาว่างมาทำงานวิจัยเรื่องเพศ ๆ ของสัตว์ ได้ผลตามที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้

gayrihgt009

โลกไร้หม้อ

ฉันมีนิสัยอย่างหนึ่งคือ เวลาไปเดินเตร็ดเตร่ตามห้างหรือแถวสยาม จะต้องพยายามกวาดสายตามองหาพวกเดียวกัน ส่งเกย์ดาห์ออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ บางทีก็พยายามนับว่าวันนี้เจอคู่หญิง-หญิงกี่คู่แล้ว ยิ่งมากก็ยิ่งดีใจ เพราะรู้สึกเหมือนมีเพื่อนเยอะ ถ้าไปกับเพื่อน บางทีก็ต้องมีเถียงกันบ้าง ฉันว่าคนนั้นใช่ แต่เพื่อนกลับบอกว่าไม่ใช่ชัวร์ แล้วก็ลงเอยที่ว่าไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้ ก็ใครจะกล้าเข้าไปถามคนแปลกหน้าว่า เธอ ๆ เธอใช่พวกเดียวกับฉันรึเปล่า

เพื่อนคนหนึ่งเรียกการละเล่นเช่นนี้ว่า “ผีมองผี” ตอนแรกฉันก็ไม่ค่อยชอบคำว่า “ผี” นี้สักเท่าไร เพราะดูเลวร้าย น่ากลัวชอบกล แต่คิดไปคิดมา คำว่าผีนี้อาจจะแทนความมืดมิด ความที่ต้องอยู่ในที่ที่เปิดเผยตัวไม่ได้เต็มที่ เหมือนผีที่มาหลอกหลอนได้เป็นบางเวลา ตอนกลางวันไม่สามารถโผล่ออกมาได้

ถ้ามียันตร์กันผีแปะอยู่ก็ไม่สามารถก้าวล้ำเข้าไปในที่นั้น แถมซ้ำร้าย บางทียังถูกถ่วงลงหม้อ ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด ฝรั่งใช้สำนวนเรียกคนที่ไม่เปิดเผยตัวเองว่า “อยู่ในตู้” (closet) ซึ่งทำให้เห็นภาพของที่มืด ๆ แคบ ๆ ขาดอากาศหายใจ บางทีสำนวนไทย เราอาจใช้คำว่า “อยู่ในหม้อ” (แม่นาค) ซึ่งก็สามารถให้ความรู้สึกอึดอัดได้พอกัน อาจเลวร้ายกว่า ตู้ด้วยซ้ำ เพราะต้องถูกถ่วงอยู่ใต้น้ำ ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด

บางทีก็อยากรู้เหลือเกินว่า ถ้าเราโตขึ้นมาในโลกที่คนยอมรับการรักเพศเดียวกัน พอ ๆ กับยอมรับการแปรงฟันในตอน เช้า มันจะเป็นยังไงบ้าง โลกใบนั้นบางทีก็ดูจะไกลเกินเอื้อม ยิ่งเวลาเจอพวกหัวโบราณ ที่เห็นว่าผู้ชายต้องคู่กับ ผู้หญิงตลอดกาลด้วยแล้ว ยิ่งทำให้รู้สึกท้อแท้ เหมือนกับว่าเราเกิดมาผิดโลกซะอย่างนั้น

TG-Symbol

อัตตลักษณ์ทางเพศ

หลายประเด็นในร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะมีการลงประชามติกันในเดือนหน้าไม่ได้ถูกนำเสนอเป็นข่าวใหญ่เหมือนเรื่องพุทธศาสนา หรือโครงสร้างสถาบันการเมือง แต่ก็น่าสนใจและสะท้อนการต่อสู้ทางการเมืองนอกภาครัฐ และความพยายามของ กลุ่มภาคประชาชนที่น่าตื่นตาตื่นใจและจะนำไปสู่เป็นการเปลี่ยนแปลงในสังคมการเมืองไทยได้

อย่างเช่นความพยายามจะขยายมิติที่ห้ามการเลือกปฏิบัติไปสู่บุคคลที่มี ‘ความหลากหลายทางเพศ’ ด้วย แต่ดูเหมือนคำที่ใช้จะทำให้เกิดปัญหาในการตีความและการยอมรับอยู่ไม่ใช่น้อย ก็เลยมีการเลือกใช้คำว่า ‘อัตตลักษณ์ทางเพศ’ แทน

คนที่ตามประเด็นนี้ตั้งข้อสังเกตคล้าย ๆ กันว่า ถ้าคำว่า ‘ความหลากหลายทางเพศ’ จะทำให้คนที่ไม่ได้สนใจ ประเด็นทำนองนี้เกิดอาการงงงันว่าหมายถึงอะไรแล้ว คำว่า ‘อัตตลักษณ์ทางเพศ’ ยิ่งเป็นอะไรที่เข้าใจยาก และทำให้งงว่าน่าจะหมายรวมถึงอะไร และอาจจะนำไปสู่การตีความแบบคับแคบหรือมั่วไปมาของภาครัฐ ที่จะยิ่งเป็นการจำกัดหรือละเมิดสิทธิของพลเมืองหลายกลุ่มยิ่งขึ้นไปอีกหรือไม่?

วิวาห์ (สีรุ้ง) ใต้สมุทร

gay_wedding_trang

ก่อนอื่นขอแจ้งข่าวเรื่องมาตรา 30 ในรัฐธรรมนูญค่ะ ครั้งนู้นเคยเขียนไปว่า ส.ส.ร. เห็นชอบให้ระบุในมาตรานี้ว่ามิ ให้มีการเลือกปฏิบัติในแง่ของอัตตลักษณ์ทางเพศ แต่แล้วเมื่อรัฐธรรมนูญถูกแจกให้ถึงหน้าประตูบ้าน หลายคนบอกว่า อ่านหลายรอบ เพ่งทุกตัวอักษรแล้วก็ยังไม่เห็นมีคำว่าอัตตลักษณ์ทางเพศเพิ่มขึ้นมาแต่อย่างใด

เรื่องนี้เป็นเรื่องพลิกผัน อย่างไม่คาดฝันค่ะ เพราะหลังจาก ส.ส.ร.อภิปรายรับให้มีการเพิ่มคำว่าอัตตลักษณ์ทางเพศไปในมาตรา 30 เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนแล้ว อยู่มาวันหนึ่งก็มี ส.ส.ร.ท่านหนึ่งนึกขึ้นมาได้ว่าสภาเคยโหวตไม่รับเรื่องนี้ไปแล้วเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน และตามหลักการเมื่อสภาโหวตไม่รับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จะไม่มีการยกเรื่องนี้ขึ้นมาอภิปรายได้อีก ตกไปแล้วก็ตกไปเลย ไม่มีรีเทิร์น สรุปลงเอยก็คืออัตตลักษณ์ทางเพศไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญ เอวัง…ด้วยประการละฉะนี้

ข่าวปลอบใจก็คือเรื่องนี้ก็ยังถูกบรรจุอยู่ในเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญถ้ามีเรื่องมีราวที่ต้องฟ้องศาลรัฐธรรมนูญในกรณีการ เลือกปฏิบัติ เรายังสามารถอ้างถึงเจตนารมณ์ตัวนี้ได้ค่ะ เจตนารมณ์นี้ไม่อยู่ในรัฐธรรมนูญเล่มเหลืองที่ได้กันทุกครัวเรือน ถ้ารัฐธรรมนูญนี้ผ่าน คงต้องช่วยกันบอกต่อๆ ไปถึงเจตนารมณ์ตัวนี้

คนที่ถูกเลือกปฏิบัติจะได้รู้ตัวว่าตัวเองมีสิทธิอย่างมีศักดิ์ศรีที่จะลุกขึ้นมาสู้ (ไม่ใช่เป็นดังที่ ส.ส.ร.ท่านหนึ่งกล่าวในสภาว่า เมื่อคนพวกนี้ลุกขึ้นมาพูดก็เป็นการประจานตัวเอง) และอาจจะเป็นข่าวดีสำหรับคนที่จะไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่แล้ว เพราะจะได้ไม่ต้องเสียดายคำว่าอัตตลักษณ์ทางเพศ ล้มกลิ้งกันไปได้อย่างสบายใจ

มาถึงข่าวที่น่าชื่นอกชื่นใจดีกว่าค่ะ ในที่สุด งานวาเลนไทน์ปีหน้า ชาวสีรุ้งทั้งหลายไม่ต้องนั่งหน้าตูบดูการแต่งงาน ของชาวบ้านเขาฝ่ายเดียวแล้ว เพราะทางสมาคมการท่องเที่ยวและหอการค้าจังหวัดตรัง เปิดไฟเขียวให้คู่รักเพศเดียวกัน หรือสาวทีจีกับคนรัก ควงคู่กันดำดิ่งลงไปแต่งงานใต้ท้องทะเลพร้อม ๆ กับคู่รักต่างเพศได้แล้ว แม้เราจะ ไม่ได้จดทะเบียนอย่างคู่ต่างเพศแต่เราจะได้ใบประกาศรับรองจากทางสมาคมการท่องเที่ยวและหอการค้าจังหวัดตรัง ว่าเราได้แต่งงานกันแล้วแน่นอน โดยมีฝูงปลาทะเลเป็นพยาน

4029-natfestival2

ความรักสีรุ้ง-เปลือยชีวิตชายรักชายในพม่า

หน้ากระจกบานใหญ่ภายในห้องเช่าเล็กบริเวณตลาดกุ้ง จังหวัดสมุทรสาครมะเอ (นามสมมติ) กำลังชโลมแป้งทะนาคา สีเหลืองนวลบนแก้มทั้งสองข้างก่อนบรรจง ทาลิปสติก สีส้มลงบนริมฝีปาก

เธอสำรวจความงามบนใบหน้าก่อนจะลุกขึ้นยืนขยับเสื้อและ ผ้าซิ่นให้เข้ารูป เธอมองเรือนร่างของตนเองในกระจกอย่างมีความสุขที่ได้เห็นความเห็นความเป็นหญิง
เพิ่มขึ้นในร่างชาย ผมเผ้าซึ่งเคยถูกกล้อนเพื่อบวชทดแทนบุญคุณพ่อแม่เมื่อสิบปีก่อน ขณะนี้ยาวจนถึงกลางหลัง หน้าอกซึ่งเคยแบนราบเริ่มนูนขึ้นจนสามารถสวมใส่เสื้อ
ชั้นในเฉกเช่นหญิงสาว ทั่วไปหลังจากเริ่มกินยาคุมกำเนิด

นับตั้งแต่จากบ้านในพม่ามาเมืองไทยเมื่อสิบปีที่ผ่านมา ชีวิตของเธอได้เปลี่ยนจากเดิม หลายอย่าง ความเป็นหญิงที่ปิดบังซ่อนเร้นไว้ในร่างชาย ตั้งแต่เยาว์วัยได้รับการ เปิดเผยโดยไม่ต้องแคร์สายตาใคร ความรักที่มีให้เพศชายด้วยกัน ไม่ต้องถูกเก็บ เป็นความลับอีกต่อไป

ที่นี่เธอมี “สามี” ซึ่งรักเธอเฉกเช่นเดียวกับคู่รักทั่วไป

gayrihgt007

งานแต่งงานที่ไม่ขึ้นตรงต่อสังคม

ไม่นานมานี้ แฟนเก่าฉันโทรมาบอกว่ากำลังจะแต่งงาน ฉันฟังแล้วก็รู้สึกแปลก ๆ เพราะ น้ำเสียงของเธอไม่ได้แสดงว่าดีใจหรือมีความสุข แต่กลับเจือความกังวล เอาไว้อย่างมาก ฉันเลยถามเธอไปว่า “แล้วรักเขารึเปล่า”

“เขาก็ดีนะ ซื่อ ๆ ไม่เลวร้ายอะไร” เธอไม่ตอบตรง ๆ ฉันฟังแล้วยิ่งแปลกใจ เลยถามเป็น ครั้งที่สองว่ารักผู้ชายคนนี้รึเปล่า

“ก็ไม่ใช่สเป็คเราหรอก จริงๆ แล้วตรงข้ามกับที่เราชอบทุกอย่างเลย แต่เขาว่า เขารักเรามาก”

“อ้าว แสดงว่าไม่ได้รักเขาใช่มั้ยเนี่ย” ฉันโพล่งออกมา

เธอตอบกลับด้วยเสียงหงุดหงิด “แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ เราอายุป่านนี้แล้ว คงไม่มีใครมา สนใจอีก คนนี้คงเป็นคนสุดท้ายแล้ว หลินก็รู้ว่าเราอยู่คนเดียวไม่ได้”

ได้ฟังความในใจของเธอดังนี้ ฉันก็พยายามสาธยายเหตุผลนานัปการ เพื่อบอกว่าเธอ ไม่ควรที่จะแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก

“อยู่ ๆ ไปก็คงรักกันไปเองน่ะแหละ” เธอแย้งกลับ

ฉันถอนหายใจ ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี

มองภายนอกแล้วแฟนเก่าของฉันคนนี้ไม่ใช่คนหน้าตาไม่ดี หรือสิ้นไร้ไม้ตอก จนต้อง พึ่งพิงผู้ชาย จริง ๆ แล้วเธอหน้าตาดี มีดีกรีปริญญาโทสองใบ ทำงานในบริษัท ที่มีชื่อ มีครอบครัวที่อบอุ่น แต่ภายในของเธอยังเชื่ออยู่เสมอว่าการแต่งงาน (แม้กับผู้ชาย ที่เธอไม่ได้รัก) จะทำให้ชีวิตเธอมั่นคงและมีความสุข

140251_?????????????????????????????? ?????????

นาย นาง นางสาว เทคโนโลยีทางอำนาจในการสร้างเพศภาวะ

ท่ามกลางกระแสสังคมของกลุ่มบุคคลที่เรียกตัวเองและถูกเรียกจากบุคคลอื่นว่า”สาวประเภท สอง”เห็นทีจะไม่มีอะไรร้อนแรงไปกว่าการเสนอให้เปลี่ยนคำนำหน้านายมาเป็นนางสาวของกลุ่มบุคคลนี้

การพยายามแสดงความเป็นตัวตนและการดำรงอยู่ของตัวตนเป็นสิทธิมนุษยชนที่บุคคลทั่วไปพึงกระทำโดยที่ไม่ไปรบกวนสิทธิของบุคคลอื่นย่อมกระทำได้

และภายใต้วาทกรรมของสิทธิเท่าเทียมที่คงมิใช่เท่าเทียมเฉพาะเพศหญิงเพศชายเท่านั้น แต่ควรเท่าเทียมในความเป็นมนุษย์ด้วย

ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมที่ปรากฏนี้ต้องเผชิญกับความขัดแย้งทางสังคมที่มีรากฐานและอุดมการณ์หญิงชายเป็นใหญ่และครอบงำด้วยระบบปิตาธิปไตย

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะแสดงตัวตนของตัวเองบนพื้นที่นี้โดยเฉพาะพื้นที่ทางกฎหมาย ที่มีผู้ชายเป็นใหญ่

แต่กระนั้นเองบนเส้นทางแห่งการพยายามที่จะเข้าใจปัญหาและพาตนเองให้บรรลุเป้าหมายของ การปลดปล่อยดังกล่าวนั้น

ทุกย่างก้าวอาจจะต้องระมัดระวังให้มาก มิใช่ฉะนั้นอาจจะกลับมาติดกับดักทางเพศที่ไปไม่พ้นจากกรอบหญิงชาย

gayrihgt004

แก้คำนำหน้านามให้คนข้ามเพศ อย่าสักแต่ว่าเร็วและง่าย!!

จากการสัมมนาเรื่อง “คำนำหน้านามบุคคล” เมื่อ 14 กันยายน 2550 ที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้น โดยคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และความมั่นคง ของมนุษย์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อย่างรีบๆ เร็วๆ ณ ห้องเทพประทาน โรงแรมเวียงใต้ กรุงเทพมหานครนั้น

ผู้เขียน ในฐานะผู้สังเกตการณ์ และติดตามเกี่ยวกับประเด็นนี้มาโดยตลอด เห็นว่า การทำงานด้วยความหวังดีของสนช. ที่มีต่อกลุ่มบุคคลข้ามเพศครั้งนี้ น่าจะสร้าง ให้เกิดปัญหามากยิ่งขึ้น มากกว่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่คนกลุ่มนี้ประสบอยู่

เพราะเท่าที่ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมนำเสนอปัญหาในเรื่องนี้ 2 ครั้ง ที่ทางสนช. จัดขึ้น (รวมครั้งนี้ด้วย)

พบว่าทางสนช.เองก็ยังไม่ได้มีความเข้าใจต่อเรื่องของบุคคลข้ามเพศ (Transgendered people) เท่าที่ควร นักกฎหมายผู้ที่จะเข้ามาทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎหมายนี้ ยังคง สับสนและไม่เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลข้ามเพศ (Transgendered people) กับบุคคลรักเพศเดียวกัน (Homosexuals) และ/หรือ บุคคลที่รักสองเพศ (Bisexuals)

gayright003

นางสาวประเภทสอง

กรรมาธิการหลายชุดของสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้พยายามจะผลักดันกฎหมายหลายเรื่องที่ดูจะ ‘ก้าวหน้า’ พอควรสำหรับสังคมไทย

และหลายคนบอกว่าความพยายามเช่นนี้เป็นไปได้ยากโดยสภาที่มาจากการเลือกตั้งก็เลยพา กันปลื้มสภาของเทคโนแครตที่มาจากการแต่งตั้งมากกว่าการทำงานของนักการเมืองที่มองไม่เห็นประเด็น ซับซ้อนมากมายหลายเรื่องในสังคมไทย

อย่างความพยายามของคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และความมั่นคง ของมนุษย์ (ชื่อยาวและครอบจักรวาลจัง) ที่จัดให้มีการรับฟังความเห็นเกี่ยวกับ “คำนำหน้าบุคคล” ที่เป็นข่าวไปแล้ว ที่เข้าใจกันในตอนแรกว่าจะเป็นการฟังเสียงและความต้องการ ของคนข้ามเพศ/ เพศสภาพในประเด็นนี้เพราะคนข้ามเพศ/เพศสภาพ โดยเฉพาะ กลุ่มที่เรียกตัวเองหรือว่าถูกเรียกโดยคนอื่นในสังคมว่า “สาวประเภทสอง” เผชิญกับปัญหา มากมายอันเนื่องมาจากคำนำหน้าชื่อที่ระบุความเป็นชายหญิงไม่ตรงกับเพศสภาพที่พวก เธอแสดงออกการไปต่างประเทศหรือทำนิติกรรมกลายเป็นเรื่องยากเย็นสำหรับพวกเธอ เพราะความไม่สอดคล้องของประเภทที่ถูกจัดให้โดยรัฐและภาพที่ปรากฏให้ตาเห็น

ny

N.Y. N.Y. – ชายรักชายในการ์ตูน

คุณรู้ไหมคะว่าทำไมผู้หญิง (บางกลุ่ม) ถึงชอบอ่านการ์ตูนชายรักชาย?

การ์ตูนที่มีตัวละครรักเพศเดียวกันมีชื่อเรียกหลายชื่อ ตามแต่ยุคสมัยและผู้ที่เรียกขานมัน เป็นต้นว่า การ์ตูนโฮโม, การ์ตูน boy’s love, การ์ตูนวาย, การ์ตูนเกย์ ฯลฯ แต่ในความรู้สึกของฉันความหมาย ของคำเหล่านั้นไม่เท่ากันเสียทีเดียว โดยเฉพาะคำว่าการ์ตูนเกย์ ซึ่งสำหรับคนที่ไม่อ่าน อาจจะคิดว่ามันเป็นคำที่ชัดเจนที่สุด แต่สำหรับคนที่อ่าน มันกลับเป็นคำที่มีความหมาย คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงมากที่สุด

การ์ตูนวายไม่ใช่การ์ตูนเกย์

แม้ว่ามันจะเป็นการ์ตูนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครชาย แต่เป้าหมายและ ความหมายของมันก็ไม่เหมือนกัน ตัวละครชายในการ์ตูนวายไม่ใช่เกย์จริง ๆ ที่มีตัวตนอยู่บนโลก เขาเหล่านั้นเป็นเกย์ในจินตนาการของเด็กผู้หญิง ความรักมักเป็นแรงผลักดันที่สำคัญที่สุดที่ทำ ให้เขาพวกเขาผูกพันซึ่งกันและกัน

amnestry

ความเกี่ยวข้องขององค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty international) กับคนรักเพศเดียวกัน(Homosexual)

องค์การนิรโทษกรรมสากล ซึ่งเป็นองค์การเคลื่อนไหวที่เป็นอิสระ ที่ทำงานปกป้องการ ละเมิดสิทธิ มนุษยชนขั้นพื้นฐาน

องค์การได้ทำงานเผยแพร่ให้ชาวโลกได้รับรู้ผ่านกิจกรรมการให้การศึกษาด้านสิทธิมนุษยชน บนพื้นฐานปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนที่ประชาคมโลกได้ประกาศใช้ โดยมีภาระกิจหลัก ในการรณรงค์เพื่อปลดปล่อยนักโทษทางความคิดอย่างไม่มีเงื่อนไข ซึ่งได้แก่ บุคคลที่ถูกกักขัง เพราะสาเหตุแห่งความเชื่อเรื่องสีผิว เพศ เชื้อชาติ ภาษา หรือศาสนา โดยที่เขาไม่เคยใช้หรือ สนับสนุนงานการกระทำที่ใช้ความรุนแรง

ให้มีการพิจารณาคดีนักโทษการเมืองอย่างยุติธรรมและรวดเร็ว คัดค้านโทษประหารชีวิต การทรมาน และการปฏิบัติต่างๆ ซึ่งโหดร้ายต่อนักโทษ
คัดค้านการวิสามัญฆาตกรรมและการหายสาบสูญของบุคคล ส่งเสริม เผยแพร่ และสนับสนุนงานด้านสิทธิมนุษยชน

องค์การนิรโทษกรรมสากล เป็นองค์กรอิสระที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ และรับการสนับสนุนจากรัฐบาล พรรคการเมือง ศาสนา หรือ ลัทธิใดๆ หรือผู้เคราะห์ร้ายทั้งสิ้น

ทุนในการดำเนินการได้มาจากค่าสมาชิกและเงินบริจาคจากสมาชิกทั่วโลกโดยไม่รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อความเป็นอิสระในการทำงาน .

gay002

การจัดภาวะข้ามเพศให้เป็น “ความผิดปกติด้านอัตลักษณ์ทางเพศ” คุ้มค่าต่อการทำให้เกิดความรังเกียจต่อคนข้ามเพศหรือไม่?

บทความนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ คนข้ามเพศ และ ความรังเกียจต่อคนข้ามเพศ และบทบาทของ จิตเวชศาสตร์ตะวันตกที่มีผลกระทบต่อทั้งสองประเด็นนี้ ในที่นี้ ผมขอใช้คำว่าคนข้ามเพศ (transpeople) เพื่อหมายถึง กลุ่มคนที่ถูกจัดให้เป็นเพศหนึ่งเมื่อแรกเกิด (โดยมักอาศัยสิ่งที่อยู่ ตรงหว่างขาเป็นปัจจัย) แต่ในภายหลังได้นิยามตนเองและมีความปรารถนาจากก้นบึ้งที่จะใช้ชีวิต อยู่ในอีกเพศสภาพหนึ่ง และขอใช้คำว่าความรังเกียจต่อคนข้ามเพศ (transphobia) เพื่อหมายถึง ความกลัว รังเกียจ และ/หรือ ความเกลียดชังต่อคนข้ามเพศ ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับที่มาร์ค คิง นักวิจัย ลูกศิษย์ของผมเรียกว่า อคติต่อคนข้ามเพศ (transprejudice) อันเป็นความรู้สึกที่มักแสดงออก ในรูปของการเลือกปฏิบัติต่อคนข้ามเพศ.

ดังที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า การถูกเลือกปฏิบัติ นั้นอาจนำไปสู่ความเครียดในฐานะคนกลุ่มน้อย และเป็นการบ่อนทำลายสุขภาพจิต (ไม่เชื่อมั่น ในศักดิ์ศรีของตนเอง, อาการวิตกกังวล, อาการหดหู่) และอาจเลวร้ายมากกว่านั้น

เป็นเรื่องน่าขันที่ว่า จิตเวชศาสตร์ตะวันตกกระแสหลักมีแนวโน้มที่จะมองคนคนข้ามเพศ (ตามที่ผมนิยามในที่นี้) ในทำนองว่า เป็นความผิดปกติทางจิตจากปัจจัย ภาวะข้ามเพศของพวกเธอและเขา แต่กลับมองว่าคนที่รังเกียจคนข้ามเพศ เป็นคนที่มีความสมดุลทางจิตใจ

Rainbow-Flag

เกย์ และการถูกทำให้หายไปจากการเมือง

ฉันเป็นฅนที่หูตาไม่กว้างขวาง และนี่ไม่ใช่คุณสมบัติของฅนเขียนหนังสือที่ดี นอกจากเป็นฅนที่เดินทาง น้อยมากเท่าที่รู้ เว้นเดินจากห้องนอนไปห้องครัว แล้วก็ไม่ค่อยได้เดินไผไหนอีก ทั้งยังเป็นฅนที่ปิดหู ปิดตาต่อหนัง ละคร ดนตรี ไม่ใช่ไม่ชอบ แต่ความขี้เกียจมันท่วมทับหมักหมม สุดท้ายการเสพ ภาพยนตร์ และดนตรีของฉันเหลือเพียงแต่การเสพผ่านการอ่าน

คือแทนที่จะไปดูหนังหรือฟังเพลง ฉันชอบอ่านว่าฅนเขียนถึงหนังหรือเพลงนั้นว่าอย่างไร (พฤติกรรม เยี่ยงนี้เยาวชนไม่ควรเอาอย่าง และหากจะเอาอย่างควรใช้วิจารณญาณอย่างถี่ถ้วน)

แล้วก็ได้มาอ่าน “รักแห่งสยาม : มีคำถามตลอดทาง” โดย “พน” ในมติชนสุดสัปดาห์ ปีที่ 28 ฉ.1429 ฉันไม่มีปัญหาใดๆ ในประเด็นเกี่ยวกับคุณภาพของหนัง เพราะฉันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องหนัง ไม่ใช่ นักดูหนัง ที่สำคัญหนังเรื่องนี้ยังไม่ได้ดู

แต่ที่ชวนครั่นเนื้อครั่นตัวคือทัศนคติว่าด้วยเรื่องเกย์ ที่ปรากฏในบทความของ “พน” และในหลาย ประโยคที่เขาพยายามจะชี้แจงว่า “ไม่มีอคติเป็นการส่วนตัว” แต่นั่นยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงท่าที ของสังคมไทยกระแสหลักที่มีต่อเกย์

coverShe2OK

He และ She หนังสือรวมเรื่องสั้นชายรักชายและหญิงรักหญิงที่สันติบาลห้ามขาย

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเมื่อ 26 มีนาคม – 7 เมษายน 2551 จบลงอย่างสวยงาม ไม่มีสำนักพิมพ์ไหน ถูกจับกุมกลางงาน จนต้องปิดร้านเลิกขาย เหมือนเช่นเกิดขึ้นในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ตอนเดือนตุลาคม 2550 กรณีสำนักพิมพ์ส่วนหนึ่งที่พิมพ์หนังสือนวนิยายแปลฝรั่ง (หรือที่รู้จักกัน ในชื่อหนังสือโรม้านซ์) มาเป็นเวลายาวนานนับสิบ ยี่สิบปี ถูกตำรวจมาขนหนังสือออกจากงาน ด้วยเหตุว่าหนังสือดังกล่าวลามกอนาจาร มีฉากร่วมเพศ และอาจสร้างเสริมให้เกิดจินตนาการ ทางเพศต่อไปได้

มาปีนี้ ไม่ได้มีเหตุการณ์เช่นนั้นแล้ว เนื่องจากสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย ได้ขอความร่วมมือไปกับทางสันติบาล ไม่ต้องการให้ภาพลักษณ์ของงานเสียหาย

แต่ได้ใช้วิธีมาเดินๆ ดู แล้วก็เลือกหนังสือจากบูธของสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่มีความสุ่มเสี่ยงว่าจะ “ลามก อนาจาร” ไป “แสกน” แทน ซึ่งทราบว่าได้ไปประมาณ 90 กว่าเล่ม รวมทั้งหนังสือเรื่องสั้น/นวนิยาย หญิงรักหญิง ชายรักชาย ของสำนักพิมพ์สะพานอีก 4 เล่ม (สรุปก็คือทุกเล่มนั่นแหละ โดนเอาไป “แสกน”หมด) คือเล่ม He 1 ถนนสายปรารถนา, She 1 ฉันไม่ใช่อะไรเลยนอกจากคนที่รักคุณ, She 2 ดอกไม้แย้มกลีบ, She 3 บางที…พรุ่งนี้อาจเปลี่ยนใจ เนื่องจากได้เขียนคำโปรย บนปกเอาไว้อย่าง ชัดเจนว่าเป็น “รวมเรื่องสั้นบอกเล่าเรื่องราวของ “ผู้หญิง” กับ “ผู้หญิง” และ “รวมเรื่องสั้นบอกเล่าเรื่อง ราวของ “ผู้ชาย” กับ “ผู้ชาย” ส่วนอีกเล่ม นวนิยายรักโรแมนติกที่ตราตรึงใจหญิงรักหญิงเรื่องปิง ฟ้าวิลันดา แม้ไม่ได้เขียนอะไรบอกเอาไว้บนปก นอกจากภาพดอกกุหลาบ ก็ถูกนำไปแสกนด้วยเช่นกัน

France Gay Marriage

ถ้อยแถลงของประเทศฝรั่งเศส

  1. “เราขอยืนยันหลักการความเป็นสากลของสิทธิมนุษยชน ดังที่ได้ประกาศไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีอายุครบ 60 ปีในปีนี้ โดยข้อ 1 ของปฏิญญาประกาศว่า “มนุษย์ทุกคนย่อมเกิดมาโดยอิสระและเสมอภาคกันด้วยศักดิ์ศรีและสิทธิต่างๆ”
  2. เราขอยืนยันว่า มนุษย์ทุกคนสมควรได้รับความคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างสมบูรณ์ โดยไม่ขึ้นกับข้อแตกต่างใดๆ เช่น เชื้อชาติ สีผิว ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมืองหรือความคิดเห็นอื่นๆ ประเทศหรือสังคมกำเนิด ทรัพย์สมบัติ สถานะ การเกิดหรือสถานะอื่นๆ ดังที่ได้ประกาศไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 2 และข้อ 2 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ตลอดจนข้อ 26 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
  3. เราขอยืนยันหลักการไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งกำหนดให้สิทธิมนุษยชนมีผลโดยเสมอภาคต่อมนุษย์ทุกคน โดยไม่ขึ้นกับวิถีทางเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศ
  4. เรามีความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพพื้นฐาน โดยมีสาเหตุจากวิถีทางเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศ
noviolence

ไม่สนับสนุนหลักการไม่เลือกปฏิบัติ เท่ากับพยักหน้าอย่างเงียบๆ ให้กับความรุนแรง

เนื่องในโอกาสการครบรอบ 60 ปีของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ตัวแทนประเทศอาร์เจนตินา ณ สหประชาชาติ ได้เป็นตัวแทนประเทศทั่วโลก 66 ประเทศในการอ่านถ้อยแถลงในที่ประชุมสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อรับรองหลักความเป็นสากลและการไม่เลือกปฏิบัติของสิทธิมนุษยชน โดยไม่ขึ้นกับวิถีทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ประเด็นความหลากหลายทางเพศถูกยกขึ้นกล่าวถึงในเวทีที่สำคัญที่สุดนี้ขององค์การสหประชาชาติ

ถ้อยแถลงที่ผลักดันโดยประเทศฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์มีวัตถุประสงค์เพื่อ “ประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่อาศัยสาเหตุวิถีทางเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้ โทษประหารชีวิต วิสามัญฆาตกรรม การฆ่าอย่างรวบรัด หรือตามอำเภอใจ การทรมาน การลงโทษหรือการปฏิบัติอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การจับกุมหรือกักขังหน่วงเหนี่ยวตามอำเภอใจ การยกเว้นมิให้ได้รับสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมทั้งสิทธิด้านสุขภาพ”

ทันทีหลังจากนั้น ก็มีการอ่านถ้อยแถลงตอบโต้ที่มีเสียง 55 ประเทศสนับสนุน เพื่อปฏิเสธไม่ยอมรับให้ความคุ้มครองต่อประเด็นวิถีทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศ

gay dad

พ่อ กับบทบาทของการดูแลความเป็น เกย์ กะเทย ทอม ดี้ ของลูก

 

เป็นเวลานานแสนนานมาแล้ว ที่ความเชื่อว่าหากพ่อเป็นคนไม่แข้มแข็งเท่าแม่ จะทำให้ลูกชายของบ้านนั้นกลายเป็นชายรักชาย หรือกะเทย ขณะเดียวกันหากเด็กผู้หญิงคนไหนใกล้ชิดกับพ่อ หรือมีแต่พี่น้องผู้ชาย ก็จะทำให้กลายเป็นทอมได้ไม่ยากเช่นกัน

สมมุติฐานที่ว่าการที่พ่อหรือแม่ (ในทีนี้จะเน้นพ่อ เนื่องจากใกล้จะถึงวันพ่อแล้ว) ไม่ ”เล่น’ บทบาทของตัวเอง จะทำให้ลูกๆ มีโอกาสเสี่ยงสูงต่อการเป็นเพศที่สาม (ตามคำให้สัมภาษณ์ของนพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะเด็กและเยาวชน สสส. ใช้ว่าโอกาสเสี่ยงของการเกิดเพศที่สามก็จะลดลง-จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 2 ธันวาคม 2551) จึงเป็นมายาคติที่สืบทอดฉายซ้ำมาเป็นระยะเวลายาวนานในสังคมไทย

นอกจากนี้นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ยังได้ย้ำอีกว่า หากพ่อลดบทบาทในการเลี้ยงดูลูกลง ทำให้พบปรากฏการณ์ในสังคมที่เกิดขึ้น คือ 1.เกิดเพศที่สามสูงขึ้น เพราะขาดความเข้าใจและขาดแบบอย่าง” นั้น

ในฐานะผู้เขียนเป็นนักกิจกรรมด้านสิทธิความหลากหลายทาวเพศ พบว่าการเป็นบุคคลรักเพศเดียวกัน หรือคนข้ามเพศนั้น ไม่ได้เกิดจากบทบาทของพ่อที่ทำงาน ”พร่อง’แต่อย่างใด เพื่อนของผู้เขียนจำนวนมากที่เป็นเกย์ กะเทย ทอม ดี้ ต่างเกิดมาในครอบครัวอุดมคติ มีพ่อ แม่ ปู่ ย่า น้า อา ครบครัน ก็ยังหันมาเอาดีทางการเป็นคนหลากหลายทางเพศเป็นจำนวนมาก

ประเทศไทยต้องไม่ยอมให้มี ‘ใบอนุญาตฆ่า’ ผู้มีความหลากหลายทางเพศ

kill

มติสหประชาชาติเกี่ยวกับความคุ้มครองผู้มีความหลากหลายทางเพศทั่วโลก อาจฟังดูคลุมเครือสำหรับคนไทยส่วนใหญ่ แต่ไม่มีอะไรจะชัดเจนยิ่งไปกว่าภาพของวัยรุ่นชายสองคนผูกผ้าปิดตาและกำลังถูกชายใส่หน้ากากเอาห่วงเชือกมาคล้องคอไม่กี่นาทีก่อน

ที่จะถูกแขวนคอเพราะข้อกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมรักเพศเดียวกัน

ภาพที่น่าตกใจนี้ถูกใช้เป็นฉากหลังในงานแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อเตือนให้ผู้ร่วมงานได้ระลึกถึงความป่าเถื่อนที่มีการกระทำต่อผู้มีความหลากหลายทางเพศในหลายประเทศ เครือข่ายความหลากหลายทางเพศและโครงการจัดตั้งมูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศจัดงานแถลงข่าวนี้ขึ้นเพื่อเรียกร้อง

ให้รัฐบาลออกเสียงในวันนี้ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติเพื่อสนับสนุนความคุ้มครองต่อผู้มีความหลากหลายทางเพศทั่วโลกจากการถูกเอาชีวิตเนื่องจากอัตลักษณ์ทางเพศของตน

เมื่อเดือนที่แล้ว คำว่า วิถีทางเพศ ในฐานะเหตุผลความคุ้มครองหนึ่ง ถูกลบออกจากมติสหประชาชาติว่าด้วยการประหัตประหารนอกกระบวนการยุติธรรม โดยเร่งรัด หรือตามอำเภอใจ ประเทศไทยงดออกเสียงในการลงคะแนนข้อเสนอเลือกปฏิบัติดังกล่าว ซึ่งเปรียบเหมือนใบอนุญาตให้ฆ่าผู้มีความหลากหลายทางเพศได้ แม้ว่าประเทศไทยจะนั่งเป็นประธานคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติอยู่ในขณะนี้

สาวเครือฟ้าสวมปราด้า

ถ้าฉันเป็นหนึ่งในกลุ่มเครือข่ายความหลากหลายทางเพศที่จัดเกย์พาเหรดที่เชียงใหม่เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ได้ยินใครพูดประโยคนี้คงอยากตอบว่า “ถุยยยส์” ฉันเข้าใจเอาเองว่าอาการป่วยอันเนื่องมาจากการขาดความมั่นคงทางใจ ไม่แน่ใจว่าตนเองเป็นใคร อยู่ที่ไหน มีตำแหน่งแห่งหนใดในโลกอันยุ่งเหยิงซับซ้อนใบนี้ พ่วงมาด้วยวิตกจริตอับอายคิดว่าตนเองด้อยกว่าคนอื่น อ่อนแอกว่าคนอื่น ถูกรังแก กดขี่จากคนอื่นอยู่ร่ำไป

อาการเหล่านี้เรียกกันสั้นๆ ว่าเป็น identity crisis หรือวิกฤตอัตลักษณ์

อาการ “identity เชียงใหม่ crisis” นี้ คงติดเชื้อมาจาก “identity ไทย crisis” นั่นเอง เพราะวลีที่ว่าด้วย เมืองเชียงใหม่งดงาม เก่าแก่ มีเอกลักษณ์ วัฒนธรรมภาษาเป็นของตนเองนั้น ก็เหมือนกันเปี๊ยบกับเวลาที่คนไทยพูดว่า วัฒนธรรมไทยอันอ่อนช้อยงดงามหาที่ใดเสมอเหมือนมิได้นั่นเอง

Queer Theory

001

Queer Theory โดย อ.ปีเตอร์ แจ็คสัน

เรียบเรียง โดย หลิน

อาจารย์ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ กล่าวหลังอาจารย์ปีเตอร์บรรยายจบในงานเสวนาวันที่ 5 มกราคม 2550 ว่าเลค เชอร์ของอาจารย์ปีเตอร์ เป็นเลคเชอร์เรื่อง Queer Theory ที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปี ที่อาจารย์เคยได้ยินมาในเมืองไทย

ในที่นี้จึงขอสรุปเลคเชอร์นี้ สำหรับคนที่พลาดโอกาสไปฟังอาจารย์ปีเตอร์ในวันนั้น ชื่องานเสวนาเต็ม ๆ มีว่า “แนวความคิดหลักใน Queer Theory และประเด็นที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย” งานนี้กลุ่มอัญจารีจัดร่วมกับโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ในเวลาสั้น ๆ อาจารย์ปีเตอร์ได้อธิบายถึงที่มาที่ไปของ Queer Theory, อาจารย์ 3 ท่านที่มีอิทธิพลต่อทฤษฎีนี้และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย