ถ้อยแถลงของประเทศฝรั่งเศส

France Gay Marriage
  1. “เราขอยืนยันหลักการความเป็นสากลของสิทธิมนุษยชน ดังที่ได้ประกาศไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีอายุครบ 60 ปีในปีนี้ โดยข้อ 1 ของปฏิญญาประกาศว่า “มนุษย์ทุกคนย่อมเกิดมาโดยอิสระและเสมอภาคกันด้วยศักดิ์ศรีและสิทธิต่างๆ”
  2. เราขอยืนยันว่า มนุษย์ทุกคนสมควรได้รับความคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างสมบูรณ์ โดยไม่ขึ้นกับข้อแตกต่างใดๆ เช่น เชื้อชาติ สีผิว ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมืองหรือความคิดเห็นอื่นๆ ประเทศหรือสังคมกำเนิด ทรัพย์สมบัติ สถานะ การเกิดหรือสถานะอื่นๆ ดังที่ได้ประกาศไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 2 และข้อ 2 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ตลอดจนข้อ 26 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
  3. เราขอยืนยันหลักการไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งกำหนดให้สิทธิมนุษยชนมีผลโดยเสมอภาคต่อมนุษย์ทุกคน โดยไม่ขึ้นกับวิถีทางเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศ
  4. เรามีความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพพื้นฐาน โดยมีสาเหตุจากวิถีทางเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศ
  5. เรายังรู้สึกวิตกที่ยังมีการพุ่งเป้าความรุนแรง การรังควาญ การเลือกปฏิบัติ การกีดกัน การตีตรา และการมีอคติต่อผู้คนในทุกประเทศทั่วโลก โดยมีสาเหตุจากวิถีทางเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศ และการปฏิบัติเหล่านี้เป็นการบั่นทอนเกียรติและศักดิ์ศรีของผู้ที่ถูกกระทำทารุณกรรมเหล่านี้
  6. เราขอประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีสาเหตุจากวิถีทางเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศไม่ว่าเกิดขึ้นที่ใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้โทษประหารด้วยสาเหตุนี้ การวิสามัญฆาตกรรม การประหารชีวิตโดยรวบรัดหรือโดยพลการ การทรมาน และการปฏิบัติหรือลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือทำลายเกียรติ การจับกุมหรือกักขังหน่วงเหนี่ยวหรือการลดทอนสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม โดยพลการ รวมถึงสิทธิในการมีสุขภาพ
  7. เราระลึกถึงถ้อยแถลงในปี พ.ศ. 2549 ต่อหน้าสภาสิทธิมนุษยชน โดยประเทศ 54 ประเทศ ที่ขอให้ประธานสภาสิทธิมนุษยชนให้โอกาสในการอภิปรายเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิเหล่านี้ ในสมัยประชุมของสภาสิทธิมนุษยชนในอนาคต
  8. เราขอแสดงความชื่นชมต่อผู้แทนสภาสิทธิมนุษยชนและองค์กรสนธิสัญญาต่างๆ ที่ให้ความสนใจต่อเรื่องนี้ และสนับสนุนให้ทำการบูรณาการข้อพิจารณาเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากสาเหตุวิถีทางเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศเข้าในการปฏิบัติหน้าที่ ตามอำนาจของตน
  9. เราขอแสดงความยินดีต่อการรับรองมติ AG/RES. 2435 (XXXVIII-O/08) เรื่อง “สิทธิมนุษยชน วิถีทางเพศ และอัตลักษณ์ทางเพศ” ของสมัชชาใหญ่องค์การรัฐแห่งทวีปอเมริกา ในสมัยประชุมที่ 38 เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2551
  10. เราขอเรียกร้องให้รัฐทุกรัฐ และกลไกสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องทุ่มเทให้ก้บการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของมนุษย์ทุกคนโดยไม่ขึ้นกับวิถีทางเพศและ อัตลักษณ์ทางเพศ
  11. เราขอกระตุ้นให้รัฐทั้งหลายใช้มาตรการทั้งหมดที่จำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางนิติบัญญัติหรือทางการปกครอง เพื่อมิให้วิถีทางเพศหรือ อัตลักษณ์ทางเพศถูกใช้เป็นสาเหตุในการลงโทษทางอาญาไม่ว่าในกรณีใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประหารชีวิต การจับกุม หรือการกักขังหน่วงเหนี่ยว
  12. 12 – เราขอกระตุ้นให้รัฐทั้งหลายสอบสวนการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีสาเหตุจากวิถีทางเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศและให้ผู้ละเมิดรับผิดชอบ ต่อความผิดและถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
  13. เราขอกระตุ้นให้รัฐทั้งหลายให้ความคุ้มครองอย่างเพียงพอต่อผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชน และทำลายอุปสรรคที่ขัดขวางการทำงานของพวกเขาในประเด็น ด้านสิทธิมนุษยชนและวิถีทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศ.รับรองหลักความเป็นสากลของสิทธิมนุษยชน: แถลงการณ์ร่วมเรื่องวิถีทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศในที่ประชุมสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติ

 

เนื่องจากในปีนี้เป็นปีครบรอบ 60 ปีของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน จึงยิ่งมีความสำคัญในการรับรองหลักความเป็นสากลของสิทธิมนุษยชนว่า มนุษย์ทุกคน สมควรได้รับศํกดิ์ศรีและความเคารพอย่างเท่าเทียมกัน

อย่างไรก็ดี กลไกพิเศษต่างๆ ด้านสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ ได้ชี้ให้เห็นถึง การละเมิดสิทธิมนุษยชนของหญิงรักหญิง ชายรักชาย คนรักสองเพศ และคนข้ามเพศ ในทุกภูมิภาคของโลก รวมถึง การปฏิบัติอย่างไม่ชอบธรรมต่างๆ ทั้ง การฆาตกรรม ทรมาน ข่มขืน
การใช้ความรุนแรง การทำให้สาบสูญ และการเลือกปฏิบัติในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล และสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมอื่นๆ

เมื่อได้รับรู้ถึงความร้ายแรงของการละเมิดสิทธิเหล่านี้และเพื่อยืนยันหลักความเป็นสากลและการไม่เลือกปฏิบัติ รัฐต่างๆ จากทุกภูมิภาค จึงรวมตัวกันเพื่อกล่าว แถลงการณ์สั้นด้วยวาจา ในสมัยการประชุมสมัชชาใหญ่ในเดือนธันวาคม

แถลงการณ์ร่วมนี้ มิใช่การตัดสินหรือมติอย่างเป็นทางการ และจะไม่มีการลงคะแนนเสียง นอกจากนี้ ยังมิได้เป็นการบัญญัติสิทธิใดๆ ขึ้นใหม่ หากแต่เป็นการรับรองการใช้มาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนที่มีอยู่แล้วต่อผู้ที่เป็นหญิงรักหญิง ชายรักชาย คนรักสองเพศ และคนข้ามเพศ

แถลงการณ์นี้เป็นการต่อยอด ความริเริ่มคล้ายกันในอดีต รวมถึงแถลงการณ์ร่วมในนาม 32 ประเทศต่ออดีตคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนในปี พ.ศ. 2547 และแถลงการณ์ร่วมในนาม 54 ประเทศ ต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ในปี พ.ศ. 2549 และในปีนี้เอง ประเทศสมาชิกทั้งหมด 34 ประเทศขององค์การแห่งรัฐทวีปอเมริกามีมติเอกฉันท์รับรองปฏิญญาว่าด้วยวิถีทางเพศ อัตลักษณ์ทางเพศ และสิทธิมนุษยชน

องค์การสนธิสัญญาต่างๆ ต่างให้การรับรองอย่างต่อเนื่องเสมอต้นเสมอปลาย ทั้งในการสื่อสารโต้ตอบ ข้อสังเกต และความคิดเห็นทั่วไป ว่า หลักรับรองความเสมอภาคระหว่างประเทศระบุห้ามการเลือกปฏิบัติจากสาเหตุต่างๆ ซึ่งรวมถึงวิถีทางเพศ

อดีตข้าหลวงใหญ่องค์การสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวไว้ว่า: “การครบรอบ 60 ปีของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน … เป็นโอกาสอันดีในการระลึกถึงหัวใจหลักของสิทธิมนุษยชน ทั้งความเสมอภาค ความเป็นสากล และการไม่เลือกปฏิบัติ หลักสิทธิมนุษยชนทั้งหมดนี้โดยนิยามแล้วมีผลต่อพวกเราทุกคนที่เกิดเป็นมนุษย์ ดังเช่นเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ที่จะกีดกันยกเว้นคนบางคนจากความคุ้มครองนี้ด้วยสาเหตุด้านเชื้อชาติ ศาสนา หรือฐานะทางสังคม ในทำนองเดียวกันเราจึงต้องปฏิเสธความพยายามใดๆ ที่จะยกเว้นความคุ้มครองนี้ด้วยสาเหตุวิถีทางเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศ. … การกีดกันหญิงรักหญิง ชายรักชาย คนรักสองเพศ และคนข้ามเพศจากความคุ้มครองอย่างเสมอภาค เป็นการละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ตลอดจน มาตรฐานร่วมด้านมนุษยธรรมที่นิยามพวกเราทั้งหมดทุกคน”

ผู้รายงานพิเศษองค์การสหประชาชาติด้านสุขภาพ ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญในการกล่าวถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากสาเหตุวิถีทางเพศ ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการป้องกันและให้ความรู้เกี่ยวกับเชื้อเอชไอวี

แถลงการณ์นี้ ได้รับการผลักดันจากกลุ่มรัฐหลักที่รวมตัวแทนจากทั้ง 5 ภูมิถาคขององค์การสหประชาชาติ (อาร์เจนตินา บราซิล โครเอเชีย ฝรั่งเศส กาบอง ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ และยูเครน) และมีประเทศร่วมลงนามแล้วทั้งหมด กว่า 50 ประเทศ เมื่อคำนึงถึงการละเมิดสิทธิอย่างกว้างขวางตามที่ถูกระบุโดยกลไกพิเศษองค์การสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชน และความสำคัญของการรับรองหลักความเป็นสากลและการไม่เลือกปฏิบัติ เราจึงขอกระตุ้นให้รัฐต่างๆ ร่วมลงชื่อกับประเทศอื่นๆ ที่ทวีจำนวนขึ้น ในการแสดงความสนับสนุนประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่มีความสำคัญนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>