แก้คำนำหน้านามให้คนข้ามเพศ อย่าสักแต่ว่าเร็วและง่าย!!

gayrihgt004

จากการสัมมนาเรื่อง “คำนำหน้านามบุคคล” เมื่อ 14 กันยายน 2550 ที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้น โดยคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และความมั่นคง ของมนุษย์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อย่างรีบๆ เร็วๆ ณ ห้องเทพประทาน โรงแรมเวียงใต้ กรุงเทพมหานครนั้น

ผู้เขียน ในฐานะผู้สังเกตการณ์ และติดตามเกี่ยวกับประเด็นนี้มาโดยตลอด เห็นว่า การทำงานด้วยความหวังดีของสนช. ที่มีต่อกลุ่มบุคคลข้ามเพศครั้งนี้ น่าจะสร้าง ให้เกิดปัญหามากยิ่งขึ้น มากกว่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่คนกลุ่มนี้ประสบอยู่

เพราะเท่าที่ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมนำเสนอปัญหาในเรื่องนี้ 2 ครั้ง ที่ทางสนช. จัดขึ้น (รวมครั้งนี้ด้วย)

พบว่าทางสนช.เองก็ยังไม่ได้มีความเข้าใจต่อเรื่องของบุคคลข้ามเพศ (Transgendered people) เท่าที่ควร นักกฎหมายผู้ที่จะเข้ามาทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎหมายนี้ ยังคง สับสนและไม่เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลข้ามเพศ (Transgendered people) กับบุคคลรักเพศเดียวกัน (Homosexuals) และ/หรือ บุคคลที่รักสองเพศ (Bisexuals)

โดยเข้าใจว่ากลุ่มบุคคลรักเพศเดียวกัน และ/หรือ บุคคลที่รักสองเพศ ก็มีความต้องการ ที่จะเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ ซึ่งความจริงไม่ใช่เช่นนั้น บุคคลที่รักเพศเดียวกัน และ/หรือ บุคคลที่รักสองเพศ ไม่มีความต้องการที่จะขอเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ เช่นที่บุคคลข้ามเพศ ต้องการ และไม่ได้ประสบปัญหาในการดำเนินชีวิตลักษณะเดียวกับที่คนข้ามเพศกำลัง ประสบอยู่ รูปแบบและสถานการณ์ของปัญหาของบุคคล 2 กลุ่มนี้จึงแตกต่างกัน

แต่ปัญหาทั้งหลายทั้งปวงที่กลุ่มบุคคลเหล่านี้ประสบ ก็มาจากความเชื่อ/ความคิดของสังคม ที่เข้าใจแต่เพียงว่าโลกนี้มีวิถีทางเพศแบบเดียว คือแบบรักต่างเพศ ระหว่างชาย-หญิง เท่านั้น

สำหรับปัญหาที่บุคคลข้ามเพศ (Transgendered people) ประสบอยู่ในปัจจุบัน และส่งผลกระทบในเรื่องหน้าที่การงาน,การทำหนังสือเดินทาง,การเดินทางไป
ต่างประเทศ ก็คือการมีรูปลักษณ์ไม่ตรงกับคำนำหน้าชื่อในบัตรประชาชน ไม่ว่า บุคคลข้ามเพศบุคคลนั้นๆ จะทำการผ่าตัดเปลี่ยนเพศแล้ว หรือยังไม่ได้ทำก็ตาม เนื่องเพราะบุคลิกภาพ การแต่งกาย รูปลักษณ์ภายนอกที่ปรากฏต่อสาธารณชน คือรูปลักษณ์ที่ตรงกันข้ามกับเพศสรีระโดยกำเนิดนั่นเอง ไม่ใช่อวัยวะเพศที่ได้ ผ่านการผ่าตัดเปลี่ยนแปลง หรือยังไม่ได้ทำการผ่าตัดเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

บุคคลข้ามเพศ ไม่ว่าจะแปลงเพศแล้ว หรือยังไม่แปลง จึงประสบปัญหาไม่แตกต่างกัน

นอกจากนั้น ความปรารถนาดีที่สนช.มีให้ต่อบุคคลข้ามเพศ อย่างรีบๆ เร็วๆ โดยมีแนวโน้มจะเปลี่ยนแปลงคำนำหน้านามให้เฉพาะกับบุคคลข้ามเพศที่ทำการตัดต่อแปลงเพศสำเร็จเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วนั้น ก็ถือเป็นเรื่องที่อันตรายยิ่ง เพราะจะยิ่งนำไปสู่ปัญหาการเลือกปฏิบัติยิ่งขึ้น

อย่าลืมว่า กว่าที่บุคคลหนึ่งจะสามารถตัดสินใจผ่าตัดแปลงเพศได้นั้น จะต้องมี เงื่อนไขปัจจัยต่างๆ ประกอบมากมาย โดยเฉพาะปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ เพราะการ ผ่าตัดแปลงเพศที่มีคุณภาพนั้น ต้องใช้ค่าใช้จ่ายที่สูงตามไปด้วย อีกทั้งค่าใช้จ่าย การผ่าตัดเปลี่ยนแปลงเพศของบุคคลข้ามเพศหญิง (Female to Male) มาเป็นชาย ก็สูงมาก เมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปลี่ยนแปลงบุคคลข้ามเพศชาย (Male to Female) มาเป็นหญิง เนื่องจากระบบสรีระร่างการที่มีความซับซ้อนมากกว่า ทำให้บุคคลข้าม เพศหญิง มักไม่ทำการผ่าตัดเปลี่ยนแปลงเพศเช่นบุคคลข้ามเพศชาย

ปัญหาอีกประการที่ไม่ควรมองข้ามไปก็คือเรื่องสุขภาพ บุคคลข้ามเพศจำนวนมาก ไม่สามารถผ่าตัดแปลงเพศได้ โดยมีเหตุมาจากเรื่องสุขภาพ พอๆ กับเรื่องรายได้

แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือยังไม่มีการยืนยันทางการแพทย์ว่าสามารถทำการผ่าตัดเปลี่ยนเพศได้สมบูรณ์แบบ 100 %

ความปรารถนาดีของสนช. จึงควรจะต้องตระหนักในเรื่องพื้นฐานดังกล่าวเหล่านี้ด้วย เพราะมิเช่นนั้นแล้ว กลุ่มบุคคลข้ามเพศที่ยังไม่ได้ทำการผ่าตัดเปลี่ยนเพศ ก็จะถูกเลือก ปฏิบัติมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

และยังจะนำพากลุ่มบุคคลเหล่านี้เดินไปสู่ทางเลือกที่คับแคบ ตีบตันยิ่งกว่าเดิมมากขึ้น เพราะความปรารถนาดีที่อยากจะช่วยแก้ปัญหาของสนช. จะยิ่งไปสนับสนุนให้เกิดการ ผ่าตัดเปลี่ยนเพศเชิงพาณิชย์มากยิ่งขึ้น เช่นหากบุคคลข้ามเพศเหล่านี้ต้องการจะเปลี่ยนคำนำหน้านาม (ไม่ว่าจะเป็นนางสาว หรือนาย(ในกรณีบุคคลข้ามเพศหญิง) ซึ่งเป็นอีก เรื่องที่สนช.พึงตระหนัก) พวกเขาหรือเธอก็จะต้องไปทำการผ่าตัดแปลงเพศเท่านั้น ไม่เช่นนั้นแล้ว ก็ไม่สามารถมีคำนำหน้านามได้

ซึ่งควรหรือที่จะเป็นเฉพาะเช่นนี้!!

และอีกประเด็นที่ควรจะตระหนักไม่แพ้กัน ก็คือกรอบความคิดเรื่องเพศสภาวะ หรือ ความเป็นหญิง ความเป็นชาย ที่เอาเข้าจริงๆ แล้วก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ขยับขยาย ไปจากเดิมสักเท่าไร อย่าลืมว่าการเลือกใช้คำนำหน้านามของมนุษย์เพศหญิง ระหว่าง คำว่านาง, นางสาว ก็ยังคงมีปัญหา แม้เครือข่ายองค์กรทำงานด้านผู้หญิงจะทำ การรณรงค์แก้ไขเปลี่ยนแปลงมาเป็นเวลานับ 20 ปี แต่เรื่องนี้ ก็ยังไม่ก้าวหน้าไป
ถึงไหน

ความปรารถนาดีอย่างรีบๆ เร็วๆ ของสนช. จึงเป็นเรื่องที่ต้องระวัง เพราะอาจจะ ยิ่งสร้างให้เกิดปัญหามากยิ่งกว่าเดิม!

บทความ โดย ฉันทลักษณ์ รักษาอยู่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>