นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนยังไม่ยอมแพ้

008 news

(ในภาพ Anne-Mari Seppola ผู้อำนวยการจัดงานจากองค์กร Seta)

หลังจากที่ขบวนพาเหรดเฮลซิงกิไพรด์ในประเทศฟินแลนด์ถูกโจมตีเมื่อปีที่แล้ว ในปีนี้ผู้จัดเทศกาลกลับยิ่งมีความมุ่งมั่นในการจัดงานมากยิ่งขึ้น

“ทุก คนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าปีนี้ต้องเข้าร่วมขบวนให้ได้ ที่จริงฉันไม่ค่อยอยากจะพูดแบบนี้ แต่รู้สึกว่าการจัดงานปีนี้ง่ายขึ้น ไม่ต้องมาคอยอธิบายว่าทำไมถึงต้องจัด แต่ละคนมีความมุ่งมั่นในการแสดงพลังกันมาก และรู้ว่ายังมีอะไรที่ต้องทำอยู่อีกเยอะ” Anne-Mari Seppola ผู้อำนวยการจัดงานจากองค์กร Seta สาขากรุงเฮลซิงกิและปริมณฑลกล่าว

Seppola สังเกตว่าบรรยากาศเปลี่ยนแปลงไปมาก หลังจากที่ขบวนพาเหรดไพรด์ปี 2010 ถูกโจมตีและผู้เดินขบวนถูกทำร้ายด้วยสเปรย์พริกไทย

“พวก เราพยายามจะทำความเข้าใจว่า ความเกลียดชังต่อคนกลุ่มต่างๆ มีมากขึ้นหรือเปล่า หรือว่าแค่ถูกแสดงออกอย่างเปิดเผยมากขึ้น ลัทธิเหยียดผิวสีได้รับการยอมรับมากขึ้นหรือเปล่า”

หลัง จากที่ขบวนปีที่แล้วถูกโจมตี สังคมฟินแลนด์เกิดการถกเถียงเรื่องสิทธิความหลากหลายทางเพศขึ้นครั้งใหญ่ ผู้แสดงความคิดเห็นจำนวนมากแสดงท่าทีโกรธเกรี้ยวและหาว่าความผิดอยู่ที่การ เรียกร้องสิทธิพิเศษสำหรับชนกลุ่มน้อย

“สมมุติ ว่าเราอยากมีสิทธิเดินจูงมือกัน นั่นคือสิทธิพิเศษหรือ ฉันยังแปลกใจกับข้อกล่าวหาที่ว่าเราพยายามยัดเยียดความเป็นคนรักเพศเดียวกัน ให้กับสังคม ทั้งที่จริงๆ แล้วคนเราไม่สามารถบังคับให้ใครเปลี่ยนวิถีทางเพศได้ และไม่ควรพยายามเปลี่ยนด้วย”

Seppola เน้นว่าทุกคนมีสิทธิในความคิดเห็นของตนเอง แต่ไม่มีสิทธิที่จะไปยุยงให้เกิดความเกลียดชังหรือการทำร้ายกลุ่มอื่นๆ

“ความ คิดเห็นของเรานั้นจะเป็นอะไรก็ได้ แต่อย่าไปกีดกันชีวิตของคนอื่น อย่างตัวฉันเองก็ไม่เคยคิดที่จะไปโจมตีการเดินขบวนของ Päivi Räsänen [ผู้นำพรรคประชาธิปไตยคริสเตียนที่มีนโยบายอนุรักษ์นิยม] ต่อให้ไม่เห็นด้วยกับจุดมุ่งหมายการเดินขบวนของเขาแค่ไหนก็ตาม ตรงกันข้าม ดิฉันกลับพร้อมสู้ตายเพื่อปกป้องสิทธิของ Päivi Räsänen ในการแสดงความคิดเห็นของเขา”

ผู้ร่วมจัดเป็นอย่างไร ขบวนก็เป็นอย่างนั้น

“ในฟินแลนด์ เราก็ยังเจอความคิดที่ว่าวิถีชีวิตที่ถูกต้องมีแบบเดียว ยังมีเยาวชนจำนวนมากฆ่าตัวตายด้วยสาเหตุเรื่องวิถีหรืออัตลักษณ์ทางเพศ ส่วนในที่ทำงานคนก็ยังแอบกันอยู่ แถมยังคิดกันไปเองว่าการเลือกปฏิบัติไม่มีอีกแล้ว แต่คนรักเพศเดียวกันเยอะแยะกลับไม่กล้ากลับบ้านจากบาร์ตอนกลางคืนโดยจูงมือ กัน [กับแฟนที่เป็นเพศเดียวกัน] เราก็อึ้งกันว่านี่มันกำลังเกิดขึ้นในฟินแลนด์อยู่จริงๆ หรือ”

Seppola กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงโลกเป็นค่านิยมหลักขององค์กร HeSeta [สาขาเฮลซิงกิและปริมณฑลขององค์กร Seta] สิทธิมนุษยชนก็เป็นประเด็นหลักของเทศกาลไพรด์ด้วย แต่ทางองค์กรไม่ได้กำหนดว่าไพรด์ควรจะต้องมีรูปแบบเป็นอย่างไร เพราะเป็นกิจกรรมที่ทุกคนร่วมมือกันด้วยจิตอาสา หน้าตาของกิจกรรมจึงมาจากทุกคนที่เข้าร่วม

แต่ มีเรื่องเดียวที่ไม่ต้องมีการอภิปรายกันเลย คือ การเดินขบวน เพราะการที่คนบางกลุ่มยอมรับไม่ได้เมื่อชนกลุ่มน้อยทางเพศออกมาเป็นตัวของ ตัวเองบนท้องถนนแค่หนึ่งชั่วโมงต่อปี ก็เป็นสาเหตุให้ยิ่งต้องเดินขบวน

“วัน หนึ่งข้างหน้าเมื่อโลกใบนี้มีแต่ความเท่าเทียม เราอาจจะแค่เฉลิมฉลองกันก็ได้ แต่แม้แต่การเฉลิมฉลองโดยแสดงออกความเป็นตัวตนก็เป็นการแสดงความคิดเห็นเช่น เดียวกัน” Seppola มองว่าไม่มีเทศกาลใดที่จะหลากหลายเท่ากับไพรด์ เพราะในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการจัดกิจกรรมหลากหลายมากกว่า 80 กิจกรรม

ถูกตีหัวด้วยไบเบิ้ล

Seppola แสดงความแปลกใจต่อความสามารถของพรรคประชาธิปไตยคริสเตียนในการครอบงำประเด็น สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เช่นกฎหมายแต่งงานหรือการทำแท้ง ในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา

“เรา ถึงกับอึ้งไปว่า นี่มันกำลังเกิดขึ้นในฟินแลนด์จริงๆ หรือ สิทธิเท่าเทียมเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุด ไม่ว่ารสนิยมของแต่ละคนจะเป็นอย่างไร เช่น ต่อให้ฉันเองไม่อยากแต่งงาน แต่ฉันก็ยังอยากที่จะมีสิทธิในการแต่งงาน”

Seppola คิดว่า มุมมองของคนบางกลุ่มที่ว่ากฎหมายแต่งงานที่ให้ความเสมอภาคต่อคนรักเพศเดียว กันจะเป็นภัยคุกคามต่อสถาบันการแต่งงานนั้น ไม่มีเหตุผลให้เข้าใจได้เลย “จริงๆ แล้วน่าจะเป็นการสนับสนุนสถาบันการแต่งงานซะด้วยซ้ำ ถ้าคนจำนวนมากพร้อมที่จะผูกพันตนเองภายใต้สถาบันอนุรักษ์นิยมแบบนี้ แต่รู้สึกว่าการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์อะไรก็ตามต้องจบลงทุกครั้งเมื่อมีคน อ้างถึงคัมภีร์ไบเบิ้ล”

สถานภาพของคนข้ามเพศ

กฎหมาย ครอบครัวและการรับลูกบุญธรรมเป็นประเด็นความเสมอภาคที่สำคัญที่สุดจากมุมมอง ของ Seppola  แต่เธอก็ยังอยากยกประเด็นของคนข้ามเพศมาพูดถึงด้วย “ชาวบ้านยังพอเข้าใจเกย์ได้ว่าคือสิ่งที่ตรงกันข้ามกับตัวเอง แต่อะไรที่หลุดพ้นไปเลยจากกรอบการแบ่งเพศเป็นสองขั้วตรงข้ามนั้นยากเกินไป สำหรับเขาที่จะเข้าใจ คนเรามีความต้องการที่จะแบ่งมนุษย์เป็นหมวดหมู่อยู่มากจริงๆ”

ใน ทางปฏิบัติ ฟินแลนด์เป็นประเทศตะวันตกประเทศเดียวที่มีการจดทะเบียนคนแปลงเพศ และตามกฎหมายคนที่จะผ่าตัดแปลงเพศยังต้องยอมทำหมันด้วย นอกจากนี้แล้ว สถานภาพของเด็กที่เป็นอินเตอร์เซ็กซ์ [มีลักษณะไม่เป็นเพศชายหรือหญิงอย่างชัดเจน] ยังควรได้รับการดูแล เพราะในปัจจุบันพ่อแม่หลายคนถูกยกให้ทำหน้าที่ตัดสินเพศของลูกแทนตัวเด็ก

“เพศ มีทั้งด้านฮอร์โมน สรีระ โครโมโซม และจิตใจ ซึ่งสองอันหลังนั้นเปลี่ยนแปลงไม่ได้ การผ่าตัดต่างๆ มักถูกให้เหตุผลว่าจะเป็นเรื่องง่ายกว่าสำหรับตัวเด็ก แต่สาเหตุจริงๆ แล้ว คือมันเป็นเรื่องง่ายกว่าสำหรับสังคมรอบข้าง แต่ไม่ใช่สำหรับเด็ก”

ยัง มีอะไรที่ต้องทำอีกมากมาย และไพรด์ก็เป็นก้าวหนึ่งในเส้นทางสู่ความเสมอภาค “เราจะเดินด้วยความภาคภูมิใจ หวังว่าเราจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้บ้าง” Seppola กล่าว

…………….

ที่มา: หนังสือพิมพ์ Kansan Uutiset ประเทศฟินแลนด์ ฉบับวันที่ 1 ก.ค. 2554

ภาพโดย LAURI HANNUS

เขียนโดย EMILIA KUKKALA

แปลโดย TIMO OJANEN

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>