มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ (มสธพ.) Foundation for SOGI Rights and Justice (FOR-SOGI) More »

การรวมตัวของนักกิจกรรมด้านสิทธิของคนรักเพศเดียวกัน คนรักสองเพศ รวมถึงคนข้ามเพศ (LGBTIQ) ที่ต้องการให้มีองค์กรทำงานด้านสิทธิมนุษยชนของบุคคลผู้มีความหลากหลายทาง เพศ More »

สังคมไทยยังขาดองค์ความรู้ด้านสิทธิทางเพศและยังปรากฏเหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ อยู่เสมอ More »

ชื่อภาษาอังกฤษของมูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศคือ Foundation for SOGI Rights and Justice (FOR-SOGI) More »

SOGI มาจาก Sexual Orientation (วิถีทางเพศ) และ Gender Identity (อัตลักษณ์ทางเพศ) เป็นสิทธิที่องค์การสหประชาชาติให้การรับรองอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2554 ที่ผ่านมา More »

 
gay dad

พ่อ กับบทบาทของการดูแลความเป็น เกย์ กะเทย ทอม ดี้ ของลูก

 

เป็นเวลานานแสนนานมาแล้ว ที่ความเชื่อว่าหากพ่อเป็นคนไม่แข้มแข็งเท่าแม่ จะทำให้ลูกชายของบ้านนั้นกลายเป็นชายรักชาย หรือกะเทย ขณะเดียวกันหากเด็กผู้หญิงคนไหนใกล้ชิดกับพ่อ หรือมีแต่พี่น้องผู้ชาย ก็จะทำให้กลายเป็นทอมได้ไม่ยากเช่นกัน

สมมุติฐานที่ว่าการที่พ่อหรือแม่ (ในทีนี้จะเน้นพ่อ เนื่องจากใกล้จะถึงวันพ่อแล้ว) ไม่ ”เล่น’ บทบาทของตัวเอง จะทำให้ลูกๆ มีโอกาสเสี่ยงสูงต่อการเป็นเพศที่สาม (ตามคำให้สัมภาษณ์ของนพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะเด็กและเยาวชน สสส. ใช้ว่าโอกาสเสี่ยงของการเกิดเพศที่สามก็จะลดลง-จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 2 ธันวาคม 2551) จึงเป็นมายาคติที่สืบทอดฉายซ้ำมาเป็นระยะเวลายาวนานในสังคมไทย

นอกจากนี้นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ยังได้ย้ำอีกว่า หากพ่อลดบทบาทในการเลี้ยงดูลูกลง ทำให้พบปรากฏการณ์ในสังคมที่เกิดขึ้น คือ 1.เกิดเพศที่สามสูงขึ้น เพราะขาดความเข้าใจและขาดแบบอย่าง” นั้น

ในฐานะผู้เขียนเป็นนักกิจกรรมด้านสิทธิความหลากหลายทาวเพศ พบว่าการเป็นบุคคลรักเพศเดียวกัน หรือคนข้ามเพศนั้น ไม่ได้เกิดจากบทบาทของพ่อที่ทำงาน ”พร่อง’แต่อย่างใด เพื่อนของผู้เขียนจำนวนมากที่เป็นเกย์ กะเทย ทอม ดี้ ต่างเกิดมาในครอบครัวอุดมคติ มีพ่อ แม่ ปู่ ย่า น้า อา ครบครัน ก็ยังหันมาเอาดีทางการเป็นคนหลากหลายทางเพศเป็นจำนวนมาก

ประเทศไทยต้องไม่ยอมให้มี ‘ใบอนุญาตฆ่า’ ผู้มีความหลากหลายทางเพศ

kill

มติสหประชาชาติเกี่ยวกับความคุ้มครองผู้มีความหลากหลายทางเพศทั่วโลก อาจฟังดูคลุมเครือสำหรับคนไทยส่วนใหญ่ แต่ไม่มีอะไรจะชัดเจนยิ่งไปกว่าภาพของวัยรุ่นชายสองคนผูกผ้าปิดตาและกำลังถูกชายใส่หน้ากากเอาห่วงเชือกมาคล้องคอไม่กี่นาทีก่อน

ที่จะถูกแขวนคอเพราะข้อกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมรักเพศเดียวกัน

ภาพที่น่าตกใจนี้ถูกใช้เป็นฉากหลังในงานแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อเตือนให้ผู้ร่วมงานได้ระลึกถึงความป่าเถื่อนที่มีการกระทำต่อผู้มีความหลากหลายทางเพศในหลายประเทศ เครือข่ายความหลากหลายทางเพศและโครงการจัดตั้งมูลนิธิเพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศจัดงานแถลงข่าวนี้ขึ้นเพื่อเรียกร้อง

ให้รัฐบาลออกเสียงในวันนี้ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติเพื่อสนับสนุนความคุ้มครองต่อผู้มีความหลากหลายทางเพศทั่วโลกจากการถูกเอาชีวิตเนื่องจากอัตลักษณ์ทางเพศของตน

เมื่อเดือนที่แล้ว คำว่า วิถีทางเพศ ในฐานะเหตุผลความคุ้มครองหนึ่ง ถูกลบออกจากมติสหประชาชาติว่าด้วยการประหัตประหารนอกกระบวนการยุติธรรม โดยเร่งรัด หรือตามอำเภอใจ ประเทศไทยงดออกเสียงในการลงคะแนนข้อเสนอเลือกปฏิบัติดังกล่าว ซึ่งเปรียบเหมือนใบอนุญาตให้ฆ่าผู้มีความหลากหลายทางเพศได้ แม้ว่าประเทศไทยจะนั่งเป็นประธานคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติอยู่ในขณะนี้

สาวเครือฟ้าสวมปราด้า

ถ้าฉันเป็นหนึ่งในกลุ่มเครือข่ายความหลากหลายทางเพศที่จัดเกย์พาเหรดที่เชียงใหม่เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ได้ยินใครพูดประโยคนี้คงอยากตอบว่า “ถุยยยส์” ฉันเข้าใจเอาเองว่าอาการป่วยอันเนื่องมาจากการขาดความมั่นคงทางใจ ไม่แน่ใจว่าตนเองเป็นใคร อยู่ที่ไหน มีตำแหน่งแห่งหนใดในโลกอันยุ่งเหยิงซับซ้อนใบนี้ พ่วงมาด้วยวิตกจริตอับอายคิดว่าตนเองด้อยกว่าคนอื่น อ่อนแอกว่าคนอื่น ถูกรังแก กดขี่จากคนอื่นอยู่ร่ำไป

อาการเหล่านี้เรียกกันสั้นๆ ว่าเป็น identity crisis หรือวิกฤตอัตลักษณ์

อาการ “identity เชียงใหม่ crisis” นี้ คงติดเชื้อมาจาก “identity ไทย crisis” นั่นเอง เพราะวลีที่ว่าด้วย เมืองเชียงใหม่งดงาม เก่าแก่ มีเอกลักษณ์ วัฒนธรรมภาษาเป็นของตนเองนั้น ก็เหมือนกันเปี๊ยบกับเวลาที่คนไทยพูดว่า วัฒนธรรมไทยอันอ่อนช้อยงดงามหาที่ใดเสมอเหมือนมิได้นั่นเอง

Queer Theory

001

Queer Theory โดย อ.ปีเตอร์ แจ็คสัน

เรียบเรียง โดย หลิน

อาจารย์ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ กล่าวหลังอาจารย์ปีเตอร์บรรยายจบในงานเสวนาวันที่ 5 มกราคม 2550 ว่าเลค เชอร์ของอาจารย์ปีเตอร์ เป็นเลคเชอร์เรื่อง Queer Theory ที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปี ที่อาจารย์เคยได้ยินมาในเมืองไทย

ในที่นี้จึงขอสรุปเลคเชอร์นี้ สำหรับคนที่พลาดโอกาสไปฟังอาจารย์ปีเตอร์ในวันนั้น ชื่องานเสวนาเต็ม ๆ มีว่า “แนวความคิดหลักใน Queer Theory และประเด็นที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย” งานนี้กลุ่มอัญจารีจัดร่วมกับโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ในเวลาสั้น ๆ อาจารย์ปีเตอร์ได้อธิบายถึงที่มาที่ไปของ Queer Theory, อาจารย์ 3 ท่านที่มีอิทธิพลต่อทฤษฎีนี้และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย

สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต ฉบับภาคประชาชน

สาระสำคัญของร่างพรบ.คู่ชีวิต ฉบับภาคประชาชน
มีความแตกต่างจากร่างของกรรมาธิการฯ และกฎหมายสมรสเดิม หรือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 (ปพพ.5)  คือ

ss

1. พ.ร.บ.คู่ชีวิตฉบับนี้ สามารถจดทะเบียนได้ทุกคน ทุกเพศ ที่บรรลุนิติภาวะ

หรือหากยังไม่บรรลุก็จะต้องมีผู้ปกครองเซ็นชื่อรับรอง
“คู่ชีวิต” หมายถึงบุคคลสองคนซึ่งเป็นเพศเดียวกัน หรือต่างเพศ ที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้

2.พ.ร.บ.คู่ชีวิตฉบับนี้ ไม่มีมาตราเกี่ยวกับการหมั้น

3.พ.ร.บ.คู่ชีวิตฉบับนี้ จะสามารถหย่า หรือขอยุติความสัมพันธ์แบบคู่ชีวิตได้
แต่จะไม่จำเป็นจะต้องมีเหตุผลของการขอหย่า เหมือนในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ5 (แก้ไขใหม่ พ.ศ.2551) ที่จะขอหย่าได้จะต้องมีเหตุ เช่น สามีอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยาหรือภริยามีชู้,สามีหรือภริยาประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง,ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง,ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นสามีหรือภริยาของฝ่ายที่ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป, สามีหรือภริยาทำร้าย หรือทรมานร่างกายหรือจิตใจหรือหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้,สามีหรือภริยามีสภาพแห่งกายทำให้สามีหรือภริยานั้นไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้ (และอีกหลายข้อสามารถเสิร์ชหาอ่านได้ในอินเทอร์เน็ต)

ที่ไม่ต้องมีเหตุผลให้การหย่า หรือฟ้องหย่า ก็เพื่อยุติความรุนแรงในครอบครัว (เนื่องจากหลายกรณีเมื่อต้องการหย่าแต่ไม่สามารถหย่าได้ นำมาซึ่งการทำร้าย จนถึงฆาตกรรม) จึงนำเรื่องการยุติความสัมพันธ์โดยไม่มีความผิดมาบังคับใช้ แต่คู่ชีวิตฝ่ายที่ต้องการยุติความสัมพันธ์ฯ นั้น ต้องร้องต่อศาล และ ทดลองแยกกันอยู่เป็นเวลา 1 ปี (เพื่อลดความรุนแรงต่อกัน และให้ทั้งสองฝ่ายได้มีเวลาอยู่กับตนเองและตรึกตรองให้มากขึ้น )

แต่หากมีเหตุหย่าที่เข้ากับ มาตราประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 มาตรา 1516 จะสามารถของยุติความสัมพันธ์ฯได้ ตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์บัญญัติไว้ ไม่ต้องรอระยะเวลา 1 ปี

 

4.พ.ร.บ.คู่ชีวิตฉบับนี้ ให้ถือหลักการปฎิบัติต่อกันอย่างเสมอภาคเท่าเทียม บนพื้นฐานของการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของแต่ละฝ่าย

5. อื่นๆ ให้อนุโลมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5
และในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเด็กในกรณีเด็กเกิดจากแม่อุ้มบุญ หรือการขอรับบุตรบุญธรรม การตีความทางกฎหมายจะต้องคำนึงถึงหลักประโยชน์ของเด็กเป็นสำคัญ

กรมสามัญศึกษารัฐฮาวาย (The Hawaii Department of Education) ยืนยันว่าเด็กจะเรียนเพศศึกษาได้ ก็ต่อเมื่อผู้ปกครองต้องการให้เรียนเท่านั้น

classroom
Bob McDermott จากพรรคริพับลิกัน (Republican) ประจำรัฐฮาวายเป็นผู้ที่พยายามขึ้นศาลตลอดเพื่อที่จะคว่ำกฎหมายการแต่งงานของเพศเดียวกัน ล่าสุดเขาได้ทำการโจมตีโปรแกรมการเรียนเพศศึกษา Pono Choices

เขาได้ทำการเขียนรายงานในเดือนมกราคม โดยอ้างว่ามันเป็น “เรื่องรวมกันระหว่างการร่วมเพศทางทวาร และ พฤติกรรมรักร่วมเพศ” ขณะที่เขาคัดค้านเรื่อง “การรับรองคนรักร่วมเพศ…[พร้อม]พฤติกรรมรักร่วมเพศ ให้เท่าเทียมกับความสัมพันธ์ของเพศชาย-หญิง”

สืบเนื่องจากรายงานฉบับนี้ของนาย Bob McDermott รัฐฮาวายจึงได้ทำการศึกษาแผนงาน “เพื่อประเมินความเหมาะสมของหลักสูตร” และตอนนี้ก็มีการยืนยันแล้วว่าผู้ปกครองยังคงต้องเลือกว่าจะเข้าร่วมการเรียนเพศศึกษาหรือไม่

แม้ที่ผ่านมาผู้ปกครองสามารถปฏิเสธการให้บุตรเข้าเรียนเพศศึกษาได้ พวกเขาก็ยังเลือกให้บุตรเข้าเรียนอยู่ดี

ฮ่องกง ห้ามไม่ให้กงศุลอังกฤษจัดงานแต่งงานให้คู่เพศเดียวกัน

ฮ่องกง : สถานกงสุลอังกฤษถูกคัดค้าน ไม่ให้จัดงานแต่งงานสำหรับเพศเดียวกัน

1

สถานกงสุลอังกฤษในฮ่องกงถูกรัฐบาลฮ่องกงคัดค้านไม่ให้จัดงานแต่งงานสำหรับเพศเดียวกัน

การอนุมัติกฎหมายว่าด้วยการแต่งงานสำหรับเพศเดียวกันให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนของอังกฤษ ทำให้คู่รักเพศเดียวกันชาวอังกฤษสามารถแต่งงานกันได้ที่สถานกงสุลอังกฤษ 23 แห่งทั่วโลก รวมไปถึงในประเทศรัสเซีย และ ประเทศจีน

สถานกงสุลอังกฤษใน 23 ประเทศ นอกเหนือจากฮ่องกงแล้ว ยังได้แก่ ประเทศออสเตเลีย , อาเซอร์ไบจาน, โบลิเวีย, กัมพูชา, ชิลี, จีน, โคลัมเบียคอสตาริกา, สาธารณรัฐโดมินิกัน, เอสโตเนีย, ฮังการี, ญี่ปุ่น, โคโซโว, ลัตเวีย, มองโกเลีย, มอนเตเนโก, นิคารากัว, เปรู, ฟิลิปปินส์, รัสเซีย, ซานมาริโน, เซอร์เบียและเวียดนาม

แต่ในฮ่องกง เจ้าหน้าที่สถานกงสุลอังกฤษยืนยันว่ารัฐบาลฮ่องกงได้ทำการคัดค้านพวกเขาไม่ให้จัดงานแต่งงานสำหรับเพศเดียวกัน ในขณะที่พวกเขาได้รับการอนุญาตในจีนแผ่นดินใหญ่ และในฮ่องกงก็มีประชากรชาวอังกฤษอาศัยอยู่มากก็ตาม

เหตุผลที่สังคมต้องหลากหลาย

เขียนโดยนิ้วกลม

Rainbow_Ocean__by_Thelma1

เขียนโดยนิ้วกลม
“แม้ด้วยเหตุผลที่ไม่เกี่ยวกับศาสนาเลย ความรักร่วมเพศก็ยังเป็นการใช้อวัยวะเพศอย่างผิดที่ผิดทาง เป็นวิธีเลี่ยงความจริงของชีวิตที่ไม่ได้เรื่องและต่ำช้าน่าสมเพช ดังนั้นความรักร่วมเพศจึงไม่ใช่เรื่องน่าเห็นใจ มันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรได้รับการปกป้องดูแล มันก็แค่คนกลุ่มน้อยที่ได้รับความลำบากแสนสาหัส จะเป็นได้ก็เพียงแต่โรคร้ายที่ทำลายชีวิตคนเท่านั้น”
–ข้อความจากนิตยสารไทม์ ค.ศ. 1966
47 ปีหลังจากนั้น ในปี ค.ศ. 2013 ประธานาธิบดีโอบาม่าประกาศสนับสนุนการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน

ในสังคมเดียวกัน อะไรทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิดและทัศนคติต่อเรื่องเดิมไปได้ถึงเพียงนี้ อะไรทำให้สิ่งที่เคยไม่ได้รับการยอมรับ กระทั่งถูกดูถูกเหยียดหยาม กลับกลายเป็นมีที่ทางและได้รับการยอมรับในสังคม

แอนดรูว์ โซโลมอน นักเขียนชาวอเมริกันซึ่งเป็นเกย์ตั้งคำถามชวนคิดตามระหว่างที่เขากำลังเล่าเรื่องบนเวที Ted Talk

เช่นกันกับพ่อแม่ทั่วไป แม่ของเขาพยายามเปลี่ยน “ความเป็นเกย์” ของเขาให้กลับมา “ปกติ” ตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก พยายามเปลี่ยนความชอบจากสีชมพูให้กลายมาเป็นสีฟ้าแบบเด็กผู้ชายส่วนใหญ่ ปรากฏว่าแม่ทำให้เขาชอบสีฟ้าสำเร็จ แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนเขาจากความเป็นเกย์ได้อยู่ดี

แอนดรูว์บอกว่า พ่อแม่ส่วนใหญ่ที่มีลูก “ผิดปกติ” มักใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะเปลี่ยนลูกให้กลับมาเป็น “ปกติ”

ว่าแต่…ความ “ปกติ” คืออะไร และ “ปกติ” ของใครเล่า?

เมื่อยี่สิบปีก่อน เขาถูกมอบหมายจากบรรณาธิการให้เขียนบทความเรื่องวัฒนธรรมคนหูหนวก ทัศนคติของเขาต่อคนหูหนวกก็เช่นกันกับคนทั่วไป มองว่าน่าสงสาร ไม่สามารถฟังอะไรได้ คิดในใจว่าจะช่วยเหลือพวกเขาอย่างไรดี แต่เมื่อเขาได้เข้าไปสู่โลกของคนหูหนวก ไปเที่ยวคลับคนหูหนวก ไปชมการแสดงละครสำหรับคนหูหนวก กระทั่งการประกวดนางงามหูหนวกอเมริกา เขาจึงค่อยๆ พบว่าคนหูหนวกมีวัฒนธรรมของพวกเขาเอง ซึ่งมีคุณค่าไม่ต่างจากวัฒนธรรมอื่นๆ ไม่ว่าจะวัฒนธรรมละติน ยิว อเมริกัน

เช่นกันกับวัฒนธรรมของคนรักร่วมเพศหรือคนที่มีความหลากหลายทางเพศ
ในโลกของคนหูหนวก พวกเขาล้วนแล้วแต่เป็นคน “ปกติ”

กม.DOMA ถูกยกเลิกไป ทำให้หลายๆ รัฐ เลิกแบนการแต่งงานของเพศเดียวกัน

DOMA คืออะไร

1

DOMA (Defense of Marriage Act)เป็นกฎหมายแต่งงานหลักของอเมริกาค่ะ คล้ายๆ กับระมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 หรือเรียกย่อๆ ว่า ปพพ.5 นั่นเอง (โดยในหมวดนี้ก็จะรวมเรื่องของ การหมั้น, เงื่อนไขแห่งการสมรสมาตรา, ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยา ,ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา,ความเป็นโมฆะของการสมรสมาตรา , การสิ้นสุดแห่งการสมรสมาตรา เอาไว้ครบครันค่ะ)

DOMA นี้เขาจะให้แต่ผู้หญิงกับผู้ชายแต่งงานกัน (เช่นเดียวกับปพพ.5) โดยใน ข้อ 3 ซึ่งกำหนดไว้ว่า “คำว่า ‘แต่งงาน’ หมายถึงการสมรสเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายระหว่างชายและหญิงเท่านั้น และคำว่า ‘คู่สมรส’ หมายถึงบุคคลที่เป็นสามีหรือภรรยาของบุคคลที่มีเพศตรงกันข้ามเท่านั้น”

Right to Freedom of Expression หรือสิทธิในการแสดงออก

 

Police detain a gay rights activist during a Gay Pride event in St. Petersburg

Right to Freedom of Expression คือสิทธิในการแสดงออก ตัวอักษร E ที่เพิ่มเข้ามาในคำว่า SOGI(E) เป็นที่มาของคำว่า SOGIE RIGHTS ที่คนทำงานประเด็นสิทธิหลากหลายทางเพศคุ้นเคยดี (รวมทั้งเป็นที่มาของชื่อภาษาอังกฤษของมูลนิธิด้วยก่อนจะเพิ่มตัว E คือ For-SOGI)

การแสดงออกในที่นี้หมายความว่าคุณสามารถแสดงออกตามอัตลักษณ์หรือวิถีทางเพศของคุณได้ อย่างรู้สึกปลอดภัย เช่น สามารถแสดงออกมาเป็นกะเทย หรือเป็นทอม เป็นเควียร์แบบสาวมีเครา หรือเป็นอะไรตามที่คุณอยากเป็นได้ อันเนื่องจากวิถีทางเพศ (sexual orientation) และอัตลักษณ์ทางเพศ (gender identity) ของคุณ

right to freedom of expression ถูก“รับรอง” ในกฎหมายหลัก ๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 19 ทั้งของ UDHR และ ICCPR สนธิสัญญาสิทธิมนุษยชน 3 ภูมิภาคหลัก ทั้งยุโรป อเมริกา และแอฟริกา (ECHR, ACHR และ ACHPR) และเก่าแก่ขนาดว่าตอนองค์การสหประชาชาติประชุมเป็นสมัยแรกเมื่อ 68 ปีที่แล้ว ก็ประกาศรับรองสิทธิการแสดงออกและการรับรู้ข้อมูลข่าวสารว่าเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

และแน่นอนว่า expression คำนี้ไม่ได้หมายถึงสิทธิในการแสดงออกทางด้าน sexual orientation และ gender identity เท่านั้นค่ะ แต่หมายรวมถึงสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกทุกๆ ด้านค่ะ ที่มันไม่…

(1) การจำกัดสิทธิต้องมีกฎหมายรองรับ

(2) เป็นไปตามข้อยกเว้นในมาตรา 19

(3)(ก) การเคารพในสิทธิหรือชื่อเสียงของบุคคลอื่น หรือ (ข) การรักษาความมั่นคงของชาติ หรือความสงบเรียบร้อย หรือการสาธารณสุข หรือศีลธรรมของประชาชน และ (3) ต้องจำกัดสิทธิเท่าที่ “จำเป็น” และ “มีสัดส่วนเหมาะสม”

 

ป.ล.ภาพประกอบ เป็นภาพหนุ่มเกย์ชาวรัสเซียโดนจับเพราะแสดงออกว่าเป็นเกย์ค่ะ ซึ่งปูตินสั่งห้ามไม่ให้แสดงออก อยากเป็นก็เป็นอยู่ในบ้านเงียบๆ ลับหูลับตาคนเท่านั้นนะจ๊ะ เดี๋ยวเด็กๆ จะเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

ป.ล. 2 ข้อมูลบางส่วนจากเฟซบุ๊ก George Orwell

 

 

นักรบข้างถนนของเม็กซิโก : เพศ การปฏิวัติและการเปลี่ยนแปลงสังคม

ภัควดี  วีระภาสพงษ์ แปล

11
การจับ มือเป็นพันธมิตรระหว่างซาปาติสตา  ผู้ทำงานบริการทางเพศ  และกลุ่มกะเทย  แสดงให้เห็นอำนาจของการเปลี่ยนแปลงสังคมด้วยกุญแจทางวัฒนธรรม  โดยเฉพาะในด้านที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน   เม็กซิโกเป็นประเทศหนึ่งที่มีลัทธิปิตาธิปไตย (patriarchy) และบ้าความเป็นชาย (machismo) รุนแรงและฝังลึกที่สุดแห่งหนึ่ง   รองผู้บัญชาการมาร์กอสแห่งซาปาติสตาเป็นผู้เปิดประตูให้แก่การวิวาทะเกี่ยว กับการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มคนที่เป็นที่ถกเถียงมากที่สุดกลุ่มหนึ่งหาก มองตามตรรกะของทฤษฎีการปฏิวัติฉบับคลาสสิก  มีประโยชน์อะไรที่จะเดินทางตั้งหลายพันกิโลเมตรเพื่อไปพบปะกับโสเภณีและ กะเทยจำนวนหยิบมือหนึ่ง?   พันธมิตรแบบนี้จะช่วยสนับสนุน “การสั่งสมอำนาจ”  ซึ่งเป็นภารกิจหลักของนักการเมืองอาชีพได้อย่างไร?   หากวิเคราะห์ตามหลักของต้นทุน-กำไรแล้ว  เห็นได้ชัดว่า  การลงทุนลงแรงเช่นนี้ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง   แต่รองผู้บัญชาการมาร์กอสกลับทุ่มเทให้การพบปะกลุ่มคนเหล่านี้มาตั้งแต่ เดือนมกราคมปีที่แล้วภายใต้ “การรณรงค์ทางเลือกอื่น” (La Otra Campaña)  ด้วยเข้าใจดีว่า  มันหมายถึงการแสวงหาหนทางดำเนินการทางการเมืองแนวใหม่   การรณรงค์ครั้งนี้รอนแรมไปตามสถานที่ต่าง ๆ ที่ห่างไกลจากฝูงชนบ้าคลั่ง  และสังสรรค์กับกลุ่มคนที่เข้าใจเช่นเดียวกับชนพื้นเมืองว่า  การเปลี่ยนแปลงสังคมคือการยืนยันความแตกต่าง

มิถุนายน เดือนแห่งความภาคภูมิใจของชาวหลากหลายทางเพศ

บาร์สโตนวอลล์ จุดแรกเริ่มต้นเรื่องสิทธิของคนรักเพศเดียวกัน
โดยพิมพ์ชมพู

 

il_fullxfull_346503460

ทุกปีของวันอาทิตย์สัปดาห์สุดท้ายในเดือนมิถุนายน ณ ถนนสายที่ห้า หรือฟิฟท์ อเวนิว ซึ่งเป็นถนนสายหลัก ของ มหานครนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา จะมีขบวนพาเหรดสีสันสดใสสะดุดตาของหญิงรักหญิงชายรักชาย มาร่วมกันเดินเฉลิมฉลองวันแห่งความภาคภูมิใจของพวกเขา( Gay and Lesbian Pride Day) และเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อ 45 ปีก่อน

ค่ำคืนของวันที่ 27 มิถุนายน 1969 ณ บาร์เกย์ชื่อสโตนวอลล์ ความโกรธของทอมคนหนึ่งที่ถูกตำรวจทำร้าย ขณะเข้าจับกุมที่บาร์นี้ด้วยข้อกล่าวหาว่าแต่งตัวเป็นผู้ชายเป็นที่มาของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เรียกร้องสิทธิคนรัก
เพศเดียวกันครั้งแรก

อันที่จริงแล้วค่ำคืนนั้นก็เป็นคืนธรรมดาคืนหนึ่งเหมือนคืนอื่นๆที่ตำรวจของมหานครนิวยอร์คออกปฎิบัติการตรวจจับบาร์เกย์ที่ไม่มีใบอนุญาติแถบกรีนวิช (Greenwich) และมันเป็นปฎิบัติการที่เปิดขึ้นเกือบทุกคืน ที่ตำรวจจะหาเรื่องจับกุมลูกค้าที่มาเที่ยวบาร์เกย์เหล่านี้ โดยเฉพาะเกย์แต๋วๆที่แต่งตัวเป็นผู้หญิง(Drag Queen)

และทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์เข้าจับกุมและทำร้ายแต๋วเหล่านี้ ลูกค้าคนอื่นๆในบาร์ก็จะไม่พยายามสบตาตำรวจ บางคนจะหาทางเลี่ยงออกจากบาร์ไป คนที่ถูกจับและถูกปรับและมักถูกตำรวจซ้อมก่อนที่จะถูกปล่อยตัวออกมา ส่วนเจ้าของบาร์ก็จะถูกจับด้วย แต่หลังจากนั้นธุรกิจบาร์ก็จะกลับคืนสู่สภาพปกติอีกครั้งหนึ่ง

ทำไมเราถึงอยากได้กฎหมาย ?

1374723_10201212507424037_717560821_n

 บทความโดย ฉันทลักษณ์ รักษาอยู่

หมายเหตุ บทความนี้เขียนเมื่อปี 2009

ผู้หญิงสีรุ้งตอนนี้ คราวแรกว่าจะเขียนเรื่องเปิด/ไม่เปิด (ตัวว่าเรามีวิถีชีวิตทางเพศอย่างไร) ค่ะ เพราะรู้สึกว่ามีความเห็นที่แตกต่างหลากหลายมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนรักเพศเดียวกันเอง

แต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องกฎหมายรับรองการใช้ชีวิตคู่ของคนรักเพศเดียวกันถูกพูดถึงมากกว่าในวงกว้าง ผู้เขียนจึงขอมาเขียนถึงประเด็นนี้ก่อนก็แล้วกันนะคะ ในฐานะผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

ความจริงเรื่องจดทะเบียนรับรองคู่คนรักเพศเดียวกันนี้ ก็เป็นเรื่องที่คุยกันมานานเหมือนกันค่ะในกลุ่มคนทำงานประเด็นนี้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็อยากให้มีอยากให้จด แต่ดูเหมือนสถานการณ์ทางสังคมจะไม่ค่อยเอื้อให้สักเท่าไร

ผู้เขียนจำได้ว่าประมาณเดือนเมษายน ปี 2544 ที่ ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ท่านออกมาให้สัมภาษณ์ไปในทำนองว่าเห็นด้วยที่จะให้มีการจดทะเบียนคู่ของคนเพศเดียวกัน ซึ่งก็สร้างความดีอกดีใจให้กับกลุ่มคนทำงานเรื่องนี้มาก พวกเราถึงกับนำช่อดอกไม้ไปมอบให้ท่านที่กระทรวงเลยทีเดียว

แต่ว่าความเห็นของ ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ในตอนนั้นดูจะแปลกใหม่ มาแรงไปสักหน่อย คณะรัฐบาลขณะนั้น รวมทั้งท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่ได้ให้สัมภาษณ์อีกทีหลังจากนั้นว่าไม่เห็นด้วย (“กรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ค่อยเห็นด้วยกับแนวคิดของนายปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่จะเสนอออกกฎหมายรับรองพวกรักร่วมเพศให้สามารถจดทะเบียนสมรสกันได้ อ้างว่าประเทศไทยยังไม่มีเสรีภาพถึงขั้นนั้น และยังมองว่ากลุ่มรักร่วมเพศเป็นกลุ่มที่มีความผิดปกติทางอารมณ์นั้น” จาก นสพ.มติชน วันที่ 9 เมษายน 2544) ทำให้ประเด็นดังกล่าวอ่อนแรงไปในที่สุด ซึ่งก็ไม่ทราบว่า ตอนนี้ท่านนายกฯ เห็นด้วยแล้วหรือยัง เพราะประเด็นนี้ก็เป็นเรื่องสิทธิมนุษยชน เช่นเดียวกับที่ท่านได้ให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลชุดใหม่ของท่านจะสนับสนุนอย่างเต็มที่

พัฒนาการความก้าวหน้าที่สำคัญในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ที่ส่งเสริมและปกป้องสิทธิของ LGBTIQs ในประเทศไทย

1

1. กรมสุขภาพจิต ทำหนังสือรับรองอย่างเป็นทางการว่าการรักเพศเดียวกันไม่ถือเป็นความผิดปกติ เมื่อ 29 มกราคม 2545

2.เจตนารมย์รธน.50 มาตรา 30 ที่ระบุว่า “ห้ามมิให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องเพศ อันหมายรวมถึงบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศ (Sexual Identity) หรือเพศสภาพ (Gender) หรือความหลากหลายทางเพศ (Sexual Diversity) แตกต่างจากเพศที่ผู้นั้นถือกำเนิด”

3.การแก้ไขกฎกระทรวงกลาโหม เกี่ยวกับการเกณฑ์ทหารสำหรับกะเทย/สาวประเภทสอง จากการเป็น “โรคจิต” มาเป็น “ภาวะเพศสภาพ ไม่ตรงกับเพศกำเนิด” (gender identity disorder)

4.พรบ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (2546 และแก้ไขเพิ่มเติม ใน2550) ได้เพิ่มเติมการกำหนดบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเป้าหมายเป็นผู้รับบริการสวัสดิการสังคม พ.ศ 2555 โดยเขียนระบุกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ/คนรักเพศเดียวกัน/คนรักสองเพศ/คนข้ามเพศ/คนที่มีลักษณะเพศทางชีวภาพไม่ชัดเจน

5.ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมโอกาสและความเสมอภาคระหว่างเพศ (ยังไม่คืบหน้า)

6.ร่างพรบ.อนามัยเจริญพันธุ์ (ยังไม่มีรายละเอียด)

7.คณะกรรมมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เกี่ยวกับสิทธิของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ สืบเนื่องมาจากคุณนที ธีรโรจนพงษ์พาคู่ชีวิตเพศเดียวกันไปจดทะเบียนสมรส แต่ไม่สามารถจดได้ จึงมาร้องเรียนกับคณะกรรมธิการชุดดังกล่าว และขณะนี้คณะทำงานชุดดังกล่าว กำลังยกร่างกฎหมายรับรองการใช้ชีวิตคู่ของ LGBTIQs

8.ร่างพรบ.รับรองสิทธิคนแปลงเพศ (ยังไม่คืบหน้า)

9.ร่างพรบ.เปลี่ยนคำนำหน้านาม (ยังไม่คืบหน้า)

จดหมายเปิดผนึก

29 มิถุนายน 2556

เรียน ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง TCIJ

เรื่อง การนำเสนอข่าวที่ไม่ถูกต้องและเหมาะสม

001 article

สืบเนื่องมาจากการนำเสนอข่าว “เปิดคอร์สแก้ไข‘เบี่ยงเบนทางเพศ’ฯ”  บนเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา โดย คุณปาลิดา พุทธประเสริฐ นั้น (ลิ้งค์ข่าว http://www.tcijthai.com/tcijthai/view.php?ids=2692)

เครือข่ายความหลากหลายทางเพศ ซึ่งประกอบด้วยองค์กรต่างๆ ที่ทำงานในประเด็นความหลากหลายทางเพศและสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ใคร่ขอแสดงความคิดเห็นและชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสร้างให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง และไม่ผลิตซ้ำอคติต่อบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ

002 article

จาก 1969 ถึง 2013: 44 ปีของสิทธิ LGBT ในสหรัฐอเมริกา

สุดสัปดาห์นี้, ลมหายใจของนิวยอร์คซิตี้กลายเป็นสีรุ้งอันหมายถึงสัญลักษณ์ของชาว LGBT และการต่อสู้เพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศซึ่งเริ่มต้นเมื่อ 44 ปีที่แล้ว

วันที่ 28 มิถุนายน 1969 ถือเป็นหลักไมล์ประวัติศาสตร์ของขบวนการต่อสู้เพื่อสิทธิเกย์ในสหรัฐอเมริกา เมื่อตำรวจนิวยอร์คบุกเข้าค้น Stonewall Inn เพราะในช่วงทศวรรษที่ 50-60 การเป็นคนรักเพศเดียวกันถือเป็นเรื่องต้องห้ามเพราะในหลายรัฐยังมีกฎหมาย Sodomy ที่กำหนดให้การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างเพศเดียวกันเป็นสิ่งผิดกฎหมายและมีโทษจำคุก อีกทั้งขบวนการไล่ล่าฝ่ายซ้ายในยุค 50 นำโดยวุฒิสมาชิกโจเซฟ แม็คคาร์ธีย์ก็นับรวมว่าการเป็นคนรักเพศเดียวกันนั้นเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

การบุก Stonewall ในคืนนั้นทำให้เกิดการประท้วงและจลาจลต่อเนื่องหลายวันในย่านกรีนิช วิลเลจ เนื่องจากชาวเกย์ทั้งหลายรู้สึกว่าการกระทำของตำรวจนั้นละเมิดสิทธิจนยากจะทนต่อไปได้ หลังเหตุการณ์ Stonewall ขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของคนรักเพศเดียวกันในสหรัฐอเมริกาตื่นตัวอย่างมาก การจัดงานครบรอบหนึ่งปีเหตุการณ์ Stonewall ในปี 1970 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของงาน Pride อันยิ่งใหญ่ในนิวยอร์คซิตี้

003-article

ครูเพศที่สาม

ทำไมถึงมี “เพศที่สาม”

 คนส่วนใหญ่จำนวนมากมี “อัตลักษณ์ทางเพศ”(ความรู้สึกส่วนลึกภายในว่าตนเองเป็นเพศหญิงชายหรืออื่นใด)ที่ตรงกับลักษณะเพศตามร่างกายของตน แต่ในสังคมและวัฒนธรรมมากมายในทุกยุคสมัย ยังมีประชากรส่วนน้อยส่วนหนึ่งที่มีความรู้สึกส่วนลึกภายในไม่ตรงกับเพศตามร่างกายของตน ซึ่งถือว่าเป็นลักษณะความหลากหลายตามธรรมชาติอย่างหนึ่งของมนุษย์ ที่มีความแตกต่างกันในทุกๆ เรื่อง รวมถึงรูปร่างหน้าตา ผิวพรรณ ความแข็งแรง บุคลิกนิสัย สติปัญญา ฯลฯ

หากจะถามว่า ทำไมคนส่วนน้อยนี้จึงมีความรู้สึกส่วนลึกไม่ตรงกับเพศตามร่างกาย ก็อาจจะต้องนึกย้อนถามว่า ทำไมเราจึงมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นหญิงหรือเป็นชาย ความรู้สึกนี้มาจากที่ใด เช่น หากลองสมมติว่าเราเป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงไป ทั้งตัว เราจะยังมีความรู้สึกเหลืออยู่หรือไม่ว่าตนเองเป็นเพศใด

ความรู้สึกว่าตนเองเป็นเพศใดนี้เป็นพัฒนาการด้านจิตใจที่เป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหากจากเพศตามร่างกาย จึงย่อมไม่เป็นเรื่องแปลกที่คนจำนวนหนึ่งจะมีความรู้สึกส่วนลึกไม่ตรงกับร่างกาย เป็นความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติเฉพาะตน ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่า ความรู้สึกนี้ก่อตัวขึ้นชัดเจนอยู่ภายในจิตใจของเด็กแล้วตั้งแต่อายุยังน้อย โดยมีปัจจัยทางชีววิทยา เช่นพันธุกรรม ระดับฮอร์โมนที่ได้รับตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา รวมไปถึงสิ่งกระตุ้นภายนอกในช่วงเป็นทารกหลังคลอดไม่นานนัก

anjaree

อัญจารี แมว 99 ชีวิต

ว่ากันว่าหญิงรักหญิงมักจะรักแมว  แต่หญิงรักหญิงแบบกลุ่มอัญจารี อาจจะป็นแมวเสียเองมากกว่า แล้วที่ว่ากันว่าแมวมี 9 ชีวิต  สำหรับแมวอย่างอัญจารี ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปี ประเดี๋ยวโผล่มา ประเดี๋ยวก็เงียบหาย ก็อาจจะมีสัก 99 ชีวิต พอไว้ใช้เหลือเฟือจนกว่าประเด็นเรื่องสิทธิของหญิงรักหญิงจะถึงฝั่งฝัน ก่อตั้งในปี 2529 “กลุ่มอัญจารี”มีสมาชิกเริ่มแรกเพียงแค่ 4 คน แต่ละคนต่างก็มีวิถีชีวิตแตกต่างกันไป ในวันนี้

ไม่หรอก…พวก เธอไม่มีใครแต่งงานไปกับผู้ชายหรอก แต่ผู้ก่อตั้งทั้ง 3 คน ต่างก็มีภาระหน้ามากมาย และทำงานอยู่เบื้องหลังสิทธิของผู้หญิงอยู่อย่างเข้มแข็ง และคอยให้การสนับสนุนอัญจารีแบบออนดีมานด์ต่างกรรมต่างวาระไป มีเพียง อัญชนา สุวรรณานนท์ หรือ พี่แตงของน้อง ๆ คนเดียวที่ยังคงทำงานอยู่เบื้องหน้าอย่างแข็งขัน เป็นสัญลักษณ์ของ “อัญจารี”ดังเช่นที่ผ่านมา

จากวันที่ไม่มีใครลุกขึ้นมาทำงานเรื่องหญิงรักหญิง กลุ่มอัญจารีทำมาหมดแล้วนับตั้งแต่เปิดตัวกับสื่อสาธารณะเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2536 ทั้งจัดพูดคุยกลุ่มย่อย ให้คำปรึกษา เคลื่อนไหวในประเด็นสิทธิร่วมกับเครือข่ายต่าง ๆ ผลักดันเชิงนโยบายให้กรมสุขภาพจิตออกจดหมายรับรองว่า การรักเพศเดียวกันไม่ได้เป็นความผิดปกติ  ให้สัมภาษณ์กับสื่อ ออกจดหมายข่าวของกลุ่ม จัดงานปาร์ตี้ระดมทุน หลายปีต่อมา เมื่อเทคโนโลยีการสื่อสารพัฒนาก้าวหน้า  สังคมหญิงรักหญิงมีการขยับเขยื้อน ขยายพื้นที่ เกิดมีกลุ่มที่สื่อสารกันผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น  เว็บไซต์ “เลสล่า” เป็นอีกหนึ่งพื้นที่สังสรรค์ที่โด่งดั้งของหญิงรักหญิง ทั้งในโลกออนไลน์ และในโลกปาร์ตี้  ขณะที่ผับหญิงรักหญิงที่มีไม่มากนัก ทุกวันนี้ที่ยังคงอยู่ยั้งยืนยงก็คือ “เซต้า” 

001-357490-red-equal-sign-gay-marriage-equality

เครื่องหมาย Red Equal “เท่ากับ” สีแดง

โลกออนไลน์ของสหรัฐฯ รณรงค์ให้ผู้ใช้เฟซบุ๊ก เปลี่ยนรูปภาพโปรไฟล์ของตนเป็นเครื่องหมาย “เท่ากับ” สีแดง เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนการแต่งงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

แคมเปญเครื่องหมายเท่ากับสีแดง เริ่มขึ้นจากกลุ่มเพื่อสิทธิเพื่อมนุษยชน หรือ Human Rights Campaign ที่มีแนวทางสนับสนุนการแต่งงานของชาวรักร่วมเพศมาโดยตลอด โดยกลุ่มดังกล่าว ได้อาศัยช่วงเวลาที่ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ เริ่มพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการแบนชาวรักร่วมเพศแต่งงาน 2 ฉบับ ได้แก่ข้อกฎหมายที่ 8 หรือ Proposition 8 ของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย และกฎหมายสิทธิการแต่งงานปี 2539 หรือ DOMA ที่ระบุว่า คู่สมรสชายหญิงเท่านั้น ที่สามารถจดทะเบียนสมรสได้ถูกต้องตามกฎหมาย

002-news

10 อันดับเรื่องประจำปี 2555 ของผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ

ปี 2555 ที่ผ่านมา เรื่องราวเกี่ยวกับชาวสีรุ้ง กะเทย ทอม-ดี้ เกย์เลส คนรักสองเพศ

คนรักได้ทุกเพศ คนข้ามเพศ คนแปลงเพศ ที่สำคัญและน่าจดจำมีอะไรบ้าง

1. ร้านหนังสือซีเอ็ด ออกหนังสือภายในไปยังสำนักพิมพ์ต่างๆ แจ้งข้อกำหนด 6 ข้อ เกี่ยวกับเนื้อหาของหนังสือที่จะไม่รับมาจำหน่าย ทั้งหลายเกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ และข้อ1 ใน จำนวน 6 ข้อนั้น ก็คือการไม่รับหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับหญิงรักหญิง ชายรักชาย มาวางจำหน่ายในร้าน

จาก นั้นซีเอ็ดได้อ้างว่าไม่มีเจตนาเลือกปฏิบัติต่อคนหลากหลายทางเพศ แต่เป็นการกระทำของพนักงานระดับปฏิบัติการ ที่ใช้สื่อสารกันภายใน ที่ผู้บริหารไม่มีส่วนรู้เห็น (ธันวาคม)

2. ได้มีการจดทะเบียนองค์กรที่ทำงานเพื่อสิทธิความหลากหลายทางเพศครั้งแรกของ ประเทศไทย  คือมูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ และเป็นองค์กรแรกที่ระบุในวัตถุประสงค์ของมูลนิธิไว้อย่างชัดเจนว่า ทำงานเพื่อสิทธิของคนกลุ่มดังกล่าว ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา องค์กรต่างๆ จะเลี่ยงไปใช้ชื่อในลักษณะอื่นๆ แทน เนื่องจากกระทรวงวัฒนธรรมมีมุมมองว่าการเป็นคนรักเพศเดียวกันผิด/ขัดต่อ วัฒนธรรมไทย (ตุลาคม)